Halloween นี้ ผีอาจจะหลอกให้ตกใจ แต่โรคภัยไม่เคยหลอกใคร

ไม่ว่าจะเป็นเจ้าตัวแสบ เจ้าตัวดื้อ หรือเจ้าตัวน้อยที่กลัวคุณหมอแค่ไหน ทีมสัตวแพทย์ของเราก็พร้อมดูแลทุกตัวด้วยความใส่ใจ 🩺✨

เพราะสำหรับเรา สิ่งที่น่ากลัวกว่าผีในคืนฮาโลวีน คือการที่น้อง ๆ เจ็บป่วยโดยที่เราไม่ทันสังเกตอาการ 🧡

Happy Halloween 2026 🎃

ขอให้เด็ก ๆ ทุกตัวสุขภาพแข็งแรง มีแต่ความสุข และไม่ต้องเจอเรื่องหลอน ๆ ที่โรงพยาบาลนะครับ

น้องดำ กับภาวะกระดูกต้นขาหลังหักบริเวณแผ่นเจริญกระดูก (Salter–Harris Fracture)

วันนี้พามารู้จักกับเคสของ “น้องดำ” แมวเหมียวที่เข้ารับการรักษาด้วยภาวะกระดูกต้นขาหลังขวาหักบริเวณส่วนปลายของกระดูก (Right distal femoral Salter–Harris fracture)

🩻 จากการตรวจเอกซเรย์ พบการแตกหักของกระดูกบริเวณแผ่นเจริญกระดูก (Growth plate) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของกระดูกในสัตว์อายุน้อย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดความผิดรูปของกระดูกหรือความผิดปกติของการเจริญเติบโตในอนาคตได้

👨🏻‍⚕️ การรักษาด้วยการผ่าตัด

ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการผ่าตัดจัดแนวกระดูกและยึดตรึงด้วยเทคนิค Cross-pin fixation โดยใช้หมุดโลหะช่วยรักษาแนวกระดูกให้มีความมั่นคง เพื่อส่งเสริมให้กระดูกสามารถเชื่อมติดได้อย่างเหมาะสม

📸 ภาพเอกซเรย์ก่อนและหลังผ่าตัดแสดงให้เห็นตำแหน่งกระดูกที่หัก และการยึดตรึงกระดูกภายหลังการผ่าตัด

💙 การดูแลหลังผ่าตัดก็สำคัญไม่แพ้กัน

น้องดำจำเป็นต้องได้รับการจำกัดการเคลื่อนไหว หลีกเลี่ยงการวิ่งและกระโดด รวมถึงติดตามการเชื่อมติดของกระดูกด้วยการเอกซเรย์ตามนัด เพื่อประเมินการฟื้นตัวและความมั่นคงของอุปกรณ์ยึดตรึงกระดูก

ขอให้น้องดำฟื้นตัวไว ๆ กลับมาเดินและวิ่งเล่นได้อย่างแข็งแรงอีกครั้งนะครับ 🐾

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ตั้งแต่แรกคลอด ก็พบความผิดปกติได้! ภาวะรูเปิดท่อปัสสาวะผิดตำแหน่งแต่กำเนิด (Hypospadias)

น้องลูกสุนัขเฟรนช์บูลด็อกตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก ได้รับการตรวจพบความผิดปกติของอวัยวะเพศตั้งแต่แรกคลอด หลังคุณแม่สุนัขเข้ารับการผ่าตัดคลอด (Cesarean Section) ที่โรงพยาบาลสัตว์

จากการตรวจร่างกายเบื้องต้น พบว่าน้องมีภาวะ Hypospadias หรือภาวะรูเปิดท่อปัสสาวะผิดตำแหน่งแต่กำเนิด ซึ่งเกิดจากการพัฒนาของท่อปัสสาวะและอวัยวะเพศในช่วงที่เป็นตัวอ่อนไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้รูเปิดท่อปัสสาวะอยู่ผิดไปจากตำแหน่งปกติ

🔎 ภาวะนี้อันตรายหรือไม่?

ความรุนแรงขึ้นอยู่กับตำแหน่งของรูเปิดท่อปัสสาวะและความผิดปกติอื่นที่พบร่วมกัน สุนัขบางตัวสามารถปัสสาวะและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ขณะที่บางตัวอาจมีปัญหาปัสสาวะผิดทิศทาง ผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสปัสสาวะ หรือเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้

🏥 การติดตามอาการและแนวทางการรักษา

เนื่องจากน้องยังเป็นลูกสุนัขแรกเกิด สัตวแพทย์จึงแนะนำให้ติดตามการเจริญเติบโตและประเมินการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขับปัสสาวะ ลักษณะรูเปิดท่อปัสสาวะ และการระคายเคืองของผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ

เมื่อสุนัขเจริญเติบโตและมีขนาดร่างกายเหมาะสม จะมีการประเมินความจำเป็นในการ ผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติ (Surgical Correction) เพื่อให้สามารถขับปัสสาวะได้อย่างเหมาะสมและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่สุนัขทุกตัวที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด หากมีปัญหาการขับปัสสาวะหรือภาวะแทรกซ้อนรุนแรง อาจต้องพิจารณารักษาก่อนถึงวัยโตเต็มที่

💙 การตรวจร่างกายลูกสุนัขตั้งแต่แรกคลอดมีความสำคัญ เพราะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติแต่กำเนิดได้ตั้งแต่ระยะแรก และสามารถวางแผนติดตามอาการหรือรักษาได้อย่างเหมาะสม

ผ่าตัด: น.สพ.ธนา ศรีสองเมือง (หมอโน๊ต)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ตัวจิ๋ว แต่ความน่ารักเกินร้อย

วันนี้น้องไอริส 🐾 ชิวาวาตัวน้อยสุดน่ารัก มาเริ่มต้นโปรแกรมวัคซีนสำหรับลูกสุนัขที่โรงพยาบาลสัตว์ของเราครับ

ถึงจะตัวเล็กนิดเดียว แต่ก็เก่งมาก ๆ เลยครับ 💗

การเริ่มโปรแกรมวัคซีนตั้งแต่ช่วงวัยที่เหมาะสม เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยลดความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อรุนแรงในลูกสุนัข เช่น โรคไข้หัดสุนัข โรคลำไส้อักเสบจากเชื้อพาร์โวไวรัส และโรคพิษสุนัขบ้า

📌 อย่าลืมพาน้อง ๆ มารับวัคซีนตามนัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับการป้องกันโรคอย่างเหมาะสมนะครับ

ขอบคุณเจ้าของน้องไอริสที่ไว้วางใจให้เราดูแลสุขภาพตั้งแต่ก้าวแรกของการเติบโตครับ

รักษา: น.สพ.ธารายุทธ นาศร (หมอจอม)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

จากวันที่เดินไม่ได้…สู่วันที่กลับมาวิ่งเล่นได้อีกครั้ง!

🩺 Feline Aortic Thromboembolism (FATE) ภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดแดงในแมว

วันนี้ขอพามารู้จักกับ “น้องสวย” แมวที่เคยเผชิญกับภาวะฉุกเฉินที่อันตรายและมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง แต่วันนี้น้องกลับมาเดิน วิ่งเล่น และใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติแล้ว อาจจะยาวนิดหนึ่งแต่เป็นเคสที่หมอประทับใจมากครับ ❤️

🚨 จุดเริ่มต้น…จากอาการขาหลังอ่อนแรงเฉียบพลัน

น้องสวยถูกพามาพบสัตวแพทย์ด้วยอาการขาหลังอ่อนแรงอย่างรุนแรง เดินขากะเผลก และร้องเจ็บเมื่อสัมผัสบริเวณขา

จากการตรวจร่างกายพบว่า

– อุ้งเท้าหลังซ้ายมีสีม่วงคล้ำและเย็นกว่าขาข้างอื่น

– ไม่พบชีพจรบริเวณขาหลังซ้าย

– มีอาการเจ็บปวดอย่างชัดเจน

อาการเหล่านี้ทำให้สงสัยภาวะ ลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดแดง (Arterial Thromboembolism) ซึ่งส่งผลให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบริเวณขาได้ตามปกติ

คุณหมอจึงส่งต่อมาให้เริ่มโปรโตคอลการรักษา FATE และวินิจฉัยอื่นๆเพิ่มเติมทันที

🫀 ตรวจเพิ่มเติมพบโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว (HCM phenotype)

หลังจากตรวจประเมินอย่างละเอียด ทั้งการเอกซเรย์ทรวงอก อัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiography) ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ วัดความดันโลหิต และตรวจเลือด พบว่าน้องมีลักษณะกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวร่วมกับความผิดปกติของการคลายตัวของหัวใจ

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวสามารถทำให้เลือดไหลเวียนภายในหัวใจผิดปกติ เกิดการคั่งของเลือดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการก่อตัวของลิ่มเลือด เมื่อลิ่มเลือดหลุดออกจากหัวใจและไปอุดตันหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงขาหลัง จึงทำให้เกิดอาการอ่อนแรงหรืออัมพาตเฉียบพลันได้

⚠️ ทำไมโรคนี้ถึงอันตรายมาก?

FATE ถือเป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางหัวใจที่รุนแรงในแมว และมีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะในรายที่มีการอุดตันหลายขา มีภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมด้วย หรือมีการขาดเลือดของเนื้อเยื่ออย่างรุนแรง

หากกล้ามเนื้อไม่ได้รับเลือดไปเลี้ยงเป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะเนื้อเยื่อขาดเลือดจนตาย (Ischemic necrosis) ซึ่งในบางรายอาจจำเป็นต้องพิจารณา ตัดขา (Amputation) หากเนื้อเยื่อเสียหายถาวรและไม่สามารถฟื้นตัวได้ ทั้งนี้ต้องประเมินสภาพหัวใจและความเหมาะสมในการผ่าตัดร่วมด้วย

นอกจากนี้ยังอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูงจากการกลับมาไหลเวียนของเลือด (Reperfusion injury) ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน

💊 การรักษาและติดตามอาการ

– น้องสวยได้รับการดูแลด้วยการควบคุมความเจ็บปวด การรักษาภาวะลิ่มเลือดอุดตัน การป้องกันการเกิดลิ่มเลือดซ้ำ และการดูแลโรคหัวใจร่วมด้วย

– ในช่วงแรกจำเป็นต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ทั้งการไหลเวียนเลือดบริเวณอุ้งเท้า สีและอุณหภูมิของขา ความสามารถในการเคลื่อนไหว รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

– เมื่อผ่านไปประมาณ 1 เดือน และเจ้าของพามาติดตามอาการ พบว่าสีอุ้งเท้าของน้องกลับมาใกล้เคียงปกติ อาการเจ็บปวดและการเคลื่อนไหวดีขึ้นอย่างชัดเจน จนสามารถกลับมาเดินและวิ่งเล่นได้อีกครั้ง 🎉

❤️ สิ่งสำคัญที่อยากชื่นชมมากที่สุดคือเจ้าของน้องสวย

ต้องขอชื่นชมเจ้าของที่สังเกตเห็นความผิดปกติและรีบพาน้องมาพบสัตวแพทย์อย่างรวดเร็ว เพราะภาวะนี้เป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง การได้รับการประเมินและรักษาอย่างทันท่วงทีมีความสำคัญอย่างมากต่อโอกาสในการรอดชีวิตและการฟื้นตัวของขา

แม้ไม่ใช่แมวทุกตัวที่เป็น FATE จะสามารถกลับมาเดินได้ตามปกติ แต่การที่น้องสวยฟื้นตัวได้ดีในครั้งนี้ ถือเป็นผลลัพธ์ที่น่ายินดีมากจริง ๆ

📌 อย่างไรก็ตาม น้องสวยยังจำเป็นต้องได้รับยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดซ้ำและดูแลโรคหัวใจอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากแม้ขาจะกลับมาทำงานได้แล้ว แต่โรคหัวใจที่เป็นปัจจัยเสี่ยงยังคงอยู่ และมีโอกาสเกิดลิ่มเลือดอุดตันซ้ำได้ในอนาคต

🐾 ฝากถึงเจ้าของแมวทุกท่าน

หากแมวมีอาการขาหลังอ่อนแรงเฉียบพลัน เดินไม่ได้ ร้องเจ็บผิดปกติ หรืออุ้งเท้าเย็นและซีดคล้ำ ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที อย่ารอดูอาการเอง เพราะทุกช่วงเวลามีความสำคัญต่อการรักษา ขอบคุณเจ้าของน้องสวยที่ให้ความไว้วางใจและให้ความร่วมมือในการรักษาอย่างดีเสมอมา 💙

วินิจฉัย: น.สพ.ธนา ศรีสองเมือง (หมอโน๊ต)

รักษาและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

27 ตุลาคม | National Black Cat Day

แมวดำไม่ใช่สัญลักษณ์ของโชคร้าย แต่เป็นอีกหนึ่งชีวิตที่มีคุณค่าและสมควรได้รับความรักไม่ต่างจากแมวสีอื่น ๆ

วันนี้ขอรวมภาพน้องแมวดำและแมวดำขาวที่เคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล รวมถึงน้อง ๆ ที่เคยถูกทอดทิ้งและได้รับโอกาสให้มีบ้านอีกครั้ง 🏡

เพราะสีขนไม่เคยกำหนดคุณค่าของชีวิต แต่ความรักและโอกาสจากมนุษย์ต่างหากที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาได้ ❤️

“จ้ำเลือดตามตัว” อาจไม่ใช่แค่โรคผิวหนัง แต่เป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติในระบบเลือด!

วันนี้พามารู้จักกับน้อง “เฮงเฮง” ไซบีเรียนสุดหล่อ ที่เจ้าของพามาพบคุณหมอด้วยอาการมีจุดเลือดออกและจ้ำเลือดบริเวณผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง

แม้น้องจะยังร่าเริง กินอาหารได้ตามปกติ และไม่มีอาการซึม แต่ลักษณะรอยโรคทำให้คุณหมอสงสัยว่าอาจมีความผิดปกติของระบบเลือด จึงแนะนำให้ตรวจเลือดเพิ่มเติม 🔬

🩺 ผลการตรวจพบว่า

* มีภาวะโลหิตจาง (Anemia)

* มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำอย่างรุนแรง (Severe thrombocytopenia)

* ผลตรวจ SNAP 4Dx Plus ให้ผลบวกต่อ Ehrlichia spp. และ Anaplasma spp.

เชื้อทั้งสองกลุ่มเป็นเชื้อก่อโรคที่มีเห็บเป็นพาหะ และอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเม็ดเลือด โดยเฉพาะภาวะเกล็ดเลือดต่ำ

🩸 ทำไมเกล็ดเลือดต่ำถึงทำให้เกิดจ้ำเลือด?

เกล็ดเลือดมีหน้าที่สำคัญในการห้ามเลือด เมื่อจำนวนเกล็ดเลือดลดต่ำลงอย่างมาก อาจทำให้เกิดเลือดออกจากหลอดเลือดขนาดเล็กใต้ผิวหนัง เกิดเป็นจุดเลือดออกเล็ก ๆ (Petechiae) หรือจ้ำเลือดขนาดใหญ่ขึ้น (Ecchymoses)

โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ขาหนีบ ใบหู และเยื่อเมือก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เจ้าของสามารถสังเกตความผิดปกติได้

💊 การรักษาและติดตามอาการ

หลังประเมินผลตรวจ คุณหมอได้เริ่มการรักษาด้วยยาตามความเหมาะสม พร้อมเฝ้าระวังภาวะเลือดออกและติดตามค่าทางโลหิตวิทยาอย่างใกล้ชิด

ในช่วงสัปดาห์แรกของการรักษา มีการนัดตรวจเลือดค่อนข้างถี่ เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของจำนวนเกล็ดเลือด ภาวะโลหิตจาง และการตอบสนองต่อการรักษา

✨ หลังได้รับการรักษาประมาณ 2 สัปดาห์

ผลการตรวจเลือดซ้ำพบว่า จำนวนเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดกลับเข้าสู่เกณฑ์ปกติแล้ว 🎉

นอกจากนี้ รอยจ้ำเลือดบริเวณหน้าท้องที่เคยพบก่อนการรักษาก็หายไป ไม่พบจุดเลือดออกผิดปกติบนผิวหนังแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ผลเลือดและอาการทางคลินิกจะดีขึ้นแล้ว ยังคงต้องรับประทานยาตามแผนการรักษาให้ครบ และติดตามอาการตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

⚠️ สิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยง

หากพบจุดแดงหรือจ้ำเลือดผิดปกติตามผิวหนัง แม้น้องจะยังร่าเริงและกินอาหารได้ตามปกติ ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในอวัยวะสำคัญได้ ทั้งนี้ ภาวะเกล็ดเลือดต่ำไม่ได้เกิดจากพยาธิเม็ดเลือดเพียงอย่างเดียว ยังมีสาเหตุอื่น ๆ เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายเกล็ดเลือด ความผิดปกติของไขกระดูก และโรคอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องตรวจแยกเพิ่มเติม

วินิจฉัย: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

“น้องญ่า” กับภาวะมดลูกอักเสบเป็นหนอง (Pyometra)

อีกหนึ่งเคสที่การตรวจวินิจฉัยก่อนผ่าตัดมีความสำคัญ ❤️

น้องญ่าเข้ารับการรักษาด้วยภาวะ มดลูกอักเสบเป็นหนอง (Pyometra) ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ในสุนัขเพศเมียที่ยังไม่ได้ทำหมัน และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

🔎 ก่อนการผ่าตัด ทีมสัตวแพทย์ได้ตรวจประเมินสุขภาพอย่างละเอียด ได้แก่

* Ultrasonography: พบมดลูกขยายขนาดและมีของเหลวสะสมภายใน สอดคล้องกับภาวะมดลูกอักเสบเป็นหนอง

* Echocardiography: ตรวจพบภาวะลิ้นหัวใจไมตรัลเสื่อม (MMVD Stage B1) ร่วมกับการรั่วของลิ้นหัวใจระดับปานกลาง (Moderate MR)

แม้น้องจะมีโรคหัวใจร่วมด้วย แต่หลังประเมินความเสี่ยงและวางแผนการดมยาสลบอย่างเหมาะสม ทีมสัตวแพทย์ได้ดำเนินการผ่าตัดนำมดลูกและรังไข่ออก (Ovariohysterectomy) เพื่อรักษาภาวะมดลูกอักเสบเป็นหนอง

💗 หลังผ่าตัด น้องญ่าได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นตัว และวันนี้น้องสามารถกลับบ้านไปพักฟื้นต่อกับครอบครัวได้แล้วครับ 🏡🐾

📌 สิ่งสำคัญที่อยากฝากถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยง

ภาวะมดลูกอักเสบเป็นหนองอาจเกิดขึ้นได้แม้สุนัขจะไม่มีอาการผิดปกติเด่นชัดในระยะแรก หากพบอาการซึม เบื่ออาหาร กินน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย ท้องขยาย หรือมีสิ่งคัดหลั่งผิดปกติจากช่องคลอด ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์

การตรวจสุขภาพและประเมินความเสี่ยงก่อนผ่าตัด ช่วยให้ทีมสัตวแพทย์วางแผนการรักษาและการดมยาสลบได้อย่างเหมาะสมกับสัตว์ป่วยแต่ละตัว 🩺

ขอให้น้องญ่าฟื้นตัวไว ๆ กลับมาสดใสแข็งแรงเหมือนเดิมนะครับ 💕

ผ่าตัด: น.สพ.ธารายุทธ นาศร (หมอจอม)

เอคโค่และเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องฟิน กับโรคเชื้อราสปอโรทริโคซิส (Sporotrichosis)

อีกหนึ่งโรคเชื้อราในแมวที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ (Zoonotic disease) ⚠️

น้องฟินเข้ามารับการรักษาด้วยปัญหาแผลบริเวณใบหน้าและตามลำตัว ซึ่งมีลักษณะเป็นแผลเรื้อรังและไม่หายตามปกติ

🔬 การตรวจวินิจฉัย

คุณหมอได้เก็บตัวอย่างจากรอยโรคมาตรวจทางเซลล์วิทยา (Cytology) พบลักษณะของเชื้อราที่สอดคล้องกับ Sporothrix spp. ซึ่งเป็นสาเหตุของโรค Sporotrichosis หรือที่คนมักเรียกกันว่า เชื้อรากินเนื้อ ครับ

💊 การรักษา

โรคนี้จำเป็นต้องได้รับยาต้านเชื้อราอย่างต่อเนื่อง และใช้ระยะเวลารักษาค่อนข้างนาน โดยคุณหมอจะประเมินการตอบสนองและติดตามผลเป็นระยะ

หลังจากเริ่มการรักษา น้องฟินมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ❤️

✅ แผลบริเวณใบหน้าและลำตัวเริ่มดีขึ้น

✅ รอยโรคค่อย ๆ ลดลง

✅ สุขภาพผิวหนังและอาการโดยรวมดีขึ้นตามลำดับ

📌 สิ่งสำคัญที่เจ้าของแมวควรรู้

เชื้อรา Sporothrix สามารถติดต่อสู่คนได้ โดยเฉพาะผ่านการข่วน การกัด หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจากแผลที่มีเชื้อ จึงควรสวมถุงมือเมื่อต้องดูแลแผล และล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์ป่วย

หากพบว่าแมวมีแผลเรื้อรัง แผลเป็นก้อนนูนหรือแผลหลุม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า จมูก และขา ควรพามาตรวจวินิจฉัยโดยสัตวแพทย์ โรคนี้รักษาได้ แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่องในการรักษาและความร่วมมือจากเจ้าของ 🩵

วินิจฉัย: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

“วาว่า” กับการรักษาโรคผิวหนังจากภาวะไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroid Dermatopathy)

จากปัญหาผิวหนังและขนที่ผิดปกติเรื้อรัง สู่การค้นพบโรคที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย 💙

🐾 ช่วงแรกของการรักษา

น้องวาว่ามีปัญหาผิวหนังและเส้นขนผิดปกติ ทางโรงพยาบาลจึงเริ่มจากการตรวจและจัดการปัจจัยที่อาจทำให้เกิดโรคผิวหนังหรือทำให้อาการรุนแรงขึ้น ได้แก่

🔹 การให้ยาป้องกันปรสิตภายนอกและภายใน

🔹 การรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนตามผลตรวจที่พบ

🔹 การใช้แชมพูยาร่วมกับการดูแลผิวหนังอย่างต่อเนื่อง

แต่หลังจากรักษาไปสักระยะ อาการของน้องกลับดีขึ้นไม่มากเท่าที่ควร จึงทำให้คุณหมอสงสัยว่า อาจมีโรคทางระบบฮอร์โมนเป็นสาเหตุพื้นฐานของปัญหาผิวหนัง

🔬 ตรวจเพิ่มเติมจนพบสาเหตุ

คุณหมอจึงแนะนำให้ตรวจเลือดและประเมินการทำงานของต่อมไทรอยด์ โดยพบว่า

🩸 มีภาวะโลหิตจาง (Anemia)

🩸 พบลักษณะ Stress leukogram

🧪 ระดับ Total T4 (TT4) ต่ำกว่าปกติ

🧪 ระดับ Thyroid-stimulating hormone (TSH) สูงกว่าปกติ

ผลตรวจฮอร์โมนดังกล่าว ร่วมกับอาการทางคลินิก สนับสนุนการวินิจฉัย ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) ซึ่งเป็นโรคทางต่อมไร้ท่อที่สามารถส่งผลต่อผิวหนัง เส้นขน และระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้

💊 หลังเริ่มรักษาด้วย Levothyroxine

คุณหมอเริ่มให้ฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน (Levothyroxine) และนัดติดตามอาการพร้อมตรวจเลือดหลังรักษาประมาณ 1 เดือน

ผลการติดตามเป็นที่น่าพอใจมาก

✅ เส้นขนเริ่มงอกขึ้นใหม่และมีสุขภาพดีขึ้น

✅ ขนไม่มันเยิ้มเหมือนก่อนรักษา

✅ รอยโรคทางผิวหนังดีขึ้นอย่างชัดเจน

✅ ภาวะโลหิตจางดีขึ้นจนค่าตรวจกลับสู่เกณฑ์ปกติ

✅ ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในการติดตามอยู่ในช่วงเป้าหมายของการรักษา

❤️ สิ่งสำคัญที่เจ้าของควรทราบ

ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำชนิดปฐมภูมิในสุนัขส่วนใหญ่เป็นโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนทดแทน อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต พร้อมติดตามระดับฮอร์โมนและปรับขนาดยาตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ แม้จะต้องกินยาเป็นประจำ แต่หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม น้องก็สามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้เช่นเดิม

เคสนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า “โรคผิวหนังเรื้อรัง อาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากผิวหนังเพียงอย่างเดียว” การตรวจหาสาเหตุพื้นฐานจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะในรายที่รักษาปัญหาผิวหนังเบื้องต้นแล้วตอบสนองไม่ดีเท่าที่ควร วันนี้น้องวาว่าขนสวยขึ้น ผิวหนังดีขึ้น ผลเลือดดีขึ้น ที่สำคัญคือ น้องมีความสุข เจ้าของก็มีความสุข คุณหมอก็มีความสุขไปด้วยครับ 🥰🐾

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)