เมื่อหูอักเสบไม่ใช่เรื่องเล็กจนอาจต้อง ปิดช่องหู ถาวร

เจ้าของหลายท่านอาจเคยเจอปัญหา น้องหมาหูเหม็น สะบัดหูตลอดเวลา หรือหูแดงมีหนืด หลายครั้งที่เราคิดว่าแค่เช็ดหูหรือหยอดยาก็หาย แต่ทราบไหมครับว่าหากปล่อยไว้จนกลายเป็น “หูอักเสบเรื้อรัง” อาจรุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัดใหญ่

❓ทำไมต้องผ่าตัดเอาช่องหูออก (Total Ear Canal Ablation – TECA)?

สัตวแพทย์จะพิจารณาวิธีนี้เมื่อช่องหูเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงจนไม่สามารถรักษาด้วยยาได้แล้ว เช่น

• ภาวะหูอักเสบเรื้อรังขั้นรุนแรง: ช่องหูตีบตัน มีหินปูนเกาะ หรือเนื้อเยื่อเจริญผิดรูปจนยาหยอดเข้าไปไม่ถึง

• ก้อนเนื้อหรือมะเร็งในช่องหู: ที่ลุกลามจนปิดทางเดินหู

• การติดเชื้อที่ลามเข้าสู่หูชั้นกลาง: จนส่งผลต่อการทรงตัว

👩🏻‍⚕️ การผ่าตัด TECA ช่วยอะไรได้บ้าง?

การผ่าตัดนี้คือการนำทางเดินช่องหูที่มีการติดเชื้อหรือเป็นก้อนเนื้อออกทั้งหมด เพื่อ

1. กำจัดแหล่งเชื้อโรค -> ตัดวงจรการอักเสบที่สะสมมานาน หรือก้อนเนื้อ มะเร็ง

2. ลดความเจ็บปวด -> ไม่ต้องทนเจ็บจากการอักเสบซ้ำซาก

3. คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น -> แม้การได้ยินจะลดลงบ้าง แต่น้องจะกลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง

⚠️ข้อควรระวัง

– หลังการผ่าตัดเจ้าของต้องคอยติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพราะบางกรณีอาจมีการกลับมาเป็นซ้ำของก้อนเนื้อหรือการอักเสบในบริเวณใกล้เคียงได้ครับ (ซึ่งมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เยอะในกรณีก้อนเนื้องอกครับ)

– การหมั่นสังเกตและทำความสะอาดหูสุนัขอย่างถูกวิธีตั้ง คือหัวใจสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้น้องต้องเดินไปถึงจุดที่ต้องผ่าตัดครับ

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ส่งกำลังใจให้ “น้องใจสู้” กับก้าวใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม

เคสนี้น้องใจสู้สมชื่อจริงๆ ครับ น้องประสบอุบัติเหตุจนกระดูกหักหลายจุด ทำให้เดินลงน้ำหนักไม่ได้และเจ็บปวดมาก หลังจากที่คุณหมอทำการตรวจละเอียดและวางแผนผ่าตัดแก้ไขด้วยการใส่เพลทและสกรู (Plate and Screws) เพื่อยึดตรึงกระดูกให้เข้าที่

✅ อัปเดตหลังผ่าตัด: การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดีครับ กระดูกที่เคยเคลื่อนผิดรูปได้รับการแก้ไขให้กลับมาเรียงตัวสวยงามอีกครั้ง ตอนนี้น้องอยู่ในช่วงพักฟื้นและเตรียมเข้าสู่โปรแกรม กายภาพบำบัดเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรงและเดินได้ปกติในเร็ววัน

ขอบคุณเจ้าของที่ไว้ใจให้เราดูแลสมาชิกคนสำคัญนะครับ สู้ๆ นะตัวเล็ก 🐶

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เจ้าของหลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไมอยู่ดีๆ น้องหมาน้องแมวถึง “ซึมลง กินข้าวขยับปากลำบาก หรือมีกลิ่นปากแรงผิดปกติ” … คำตอบส่วนใหญ่มักซ่อนอยู่ในช่องปากที่เราอาจมองข้ามไปครับ

⚠️ เมื่อเหงือกอักเสบรุนแรง… แค่ขูดหินปูนอาจไม่พอ

จากภาพจะเห็นได้ว่า เมื่อคราบหินปูนสะสมหนาจนเกิดการติดเชื้อและเหงือกอักเสบอย่างรุนแรง (Periodontal Disease) รากฟันจะถูกทำลาย จนบางครั้งคุณหมอจำเป็นต้อง “ตัดสินใจถอนฟัน” เพื่อหยุดความเจ็บปวดและป้องกันเชื้อราลามเข้าสู่กระแสเลือดหรืออวัยวะสำคัญอื่นๆ

✨ การรักษาไม่จบแค่ที่ห้องผ่าตัด

การขูดหินปูนและถอนฟันคือการ “Set Zero” ให้ช่องปากกลับมาสะอาดอีกครั้ง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การดูแลอย่างต่อเนื่อง (Continuous Care) เพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาซ้ำรอยเดิม

1. การแปรงฟัน: คือวิธีที่ดีที่สุด! แนะนำให้ฝึกตั้งแต่น้อยๆ เพื่อช่วยลดการสะสมของคราบแบคทีเรียใหม่

2. ทานยาลดอักเสบ/ฆ่าเชื้อ: ตามที่คุณหมอสั่งอย่างเคร่งครัดในช่วงแรกหลังทำหัตถการ

3. การล้างปาก/ใช้น้ำยาพ่นปาก: สำหรับเคสที่ยังแปรงฟันไม่ได้ในช่วงแรก

4. ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ: อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง

✅ เพราะฟันที่สะอาด คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ถ้าเริ่มเห็นน้องมีกลิ่นปาก หรือเหงือกเริ่มแดง อย่ารอจนสายเกินไป รีบพาน้องมาปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินสุขภาพช่องปากกันนะครับ

ผ่าตัด: น.สพ.ธนา ศรีสองเมือง (หมอโน๊ต)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

“ริมฝีปากบวม” อย่าชะล่าใจ! อาจเป็นสัญญาณของโรค EGC ในแมว

วันนี้มาทำความรู้จักกับ น้องเดม่อน ที่มาด้วยอาการริมฝีปากล่างบวมแดงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเคสนี้คุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าเป็นกลุ่มอาการ Eosinophilic Granuloma Complex (EGC) ครับ

🔍 EGC คืออะไร?

เป็นกลุ่มรอยโรคอักเสบที่พบได้บ่อยในแมว มักเกี่ยวข้องกับ “ภาวะภูมิแพ้” หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ในกรณีของน้องเดม่อน เมื่อซักประวัติเพิ่มเติมพบว่า:

• ริมฝีปากมักจะบวมขึ้นหลังจากทาน “ขนมแมว”

• เมื่อหยุดทาน อาการบวมก็จะค่อยๆ ยุบลงเอง

• ข้อสันนิษฐาน: มีความเป็นไปได้สูงที่น้องจะแพ้โปรตีนบางชนิดที่ผสมอยู่ในขนมเหล่านั้นครับ (Food Allergy)

💡 ข้อควรระวังสำหรับทาสแมว

หากสังเกตเห็นน้องแมวมีอาการปากเจ่อ ปากบวม หรือมีตุ่มแดงตามร่างกาย:

1. สังเกตพฤติกรรม: น้องเพิ่งเปลี่ยนอาหาร หรือกินขนมชนิดใหม่มาหรือไม่?

2. เช็กช่องปาก: ดูว่ามีแผลหรือการอักเสบร่วมด้วยไหม

3. ปรึกษาคุณหมอ: เพื่อทำการวินิจฉัยแยกโรค เพราะบางครั้งอาการอาจคล้ายกับการโดนแมลงกัดต่อยหรือการติดเชื้อได้ครับ

ความรักมาพร้อมกับการสังเกต ใครที่น้องแมวชอบมีอาการ “ปากเจ่อ” บ่อยๆ ลองเช็กเรื่องอาหารและขนมดูนะครับ 🐈

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เมื่อ “น้องมีอา” คันจนขนร่วง… ทำไมเราต้องตรวจให้ลึกถึงต้นตอ?

อาการคันและขนร่วงในแมว ไม่ได้เกิดจากแค่ “เชื้อรา” หรือ “แพ้” เสมอไปครับ วันนี้จะพาทุกคนมาดูขั้นตอนการวินิจฉัย (Rule out) เพื่อหาตัวการที่แท้จริงแบบเคสน้องมีอาครับ

📍 Step 1: สังเกตอาการ (Clinical Signs)

เจ้าของสังเกตเห็นน้องมีอาการคันมากผิดปกติ และเริ่มมีขนร่วงบริเวณขอบใบหู ขอบตา ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื้อโรคและปรสิตภายนอกชอบอาศัยอยู่

📍 Step 2: การตั้งสมมติฐาน (Differential Diagnosis)

เมื่อมาพบหมอ เราจะไม่ได้เดาจากสายตาเพียงอย่างเดียว เพราะอาการแบบนี้เป็นไปได้หลายอย่าง:

1. การติดเชื้อปรสิตภายนอก (ไร หมัด เหา เห็บชนิดต่างๆ)

2. การติดเชื้อรา

3. การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง

4. อาการแพ้ (เช่น แพ้อาหาร เป็นต้น) หรือภูมิแพ้ผิวหนัง

📍 Step 3: การตรวจวินิจฉัยเพื่อคัดออก (The Rule Out)

เพื่อให้ได้คำตอบที่แม่นยำที่สุด หมอจึงทำการ “ขูดตรวจผิวหนัง” (Skin Scraping) บริเวณขอบใบหูที่มีรอยโรค เพื่อนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์ดูสิ่งที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

📍 Step 4: พบตัวการ (The Diagnosis)

จากการส่องกล้อง เราพบตัวการชัดเจนคือ ไรขี้เรื้อนแห้ง (Notoedres cati) หรือ Feline Scabies ที่กำลังชอนไชอยู่บริเวณเส้นขนและผิวหนังของน้องมีอาครับ

✅ สรุปผลการรักษา

เมื่อเรารู้ “ตัวการ” ที่แน่นอน การรักษาก็จะตรงจุด ไม่ต้องลองผิดลองถูก น้องมีอาก็จะหายคันได้ไวขึ้น ขนกลับมานุ่มสวยเหมือนเดิมแน่นอนครับ

💡 ฝากถึงทาสแมว

หากเห็นน้องคันหูบ่อย ขอบหูเริ่มหนา หรือมีสะเก็ด อย่าพึ่งซื้อยามาทาเองนะครับ การพามาตรวจเพื่อ Rule out โรคจะช่วยให้น้องได้รับการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดครับ

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

อุทาหรณ์คนรักสัตว์ “น้องเปาเปา” กินสารพิษเข้าไป

เคสนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนเลยครับ เมื่อ “น้องเปาเปา” ลูกสุนัขตัวน้อย เผลอไปกิน “ยาฆ่าแมลง” โดยไม่รู้ตัว จนเกิดอาการวิกฤตขั้นรุนแรง

⚠️ สัญญาณอันตรายที่น้องเปาเปาเผชิญ:

• ชักและเกร็ง อย่างรุนแรง

• น้ำลายฟูมปาก กล้ามเนื้อกระตุก

• หมดสติ และไม่สามารถหายใจเองได้

• หัวใจหยุดเต้น ซึ่งเป็นสภาวะที่อันตรายที่สุด

🏥 ทีมสัตวแพทย์ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อยื้อชีวิตน้องเปาเปา โดยการ:

1. ใส่ท่อช่วยหายใจ เพื่อประคองระบบทางเดินหายใจ

2. ทำ CPR (ปั๊มหัวใจ) จนสัญญาณชีพกลับคืนมา

3. ฉีดยาแก้สารพิษ และดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องฉุกเฉิน

✨ หลังจากผ่านวิกฤตและแอดมิทที่โรงพยาบาล น้องเปาเปาก็กลับมา กินข้าวได้เองและร่าเริงแจ่มใสเหมือนเดิมแล้วครับ ต้องยกความดีความชอบให้ความไวของเจ้าของที่รีบพาส่ง และทีมสัตวแพทย์ครับ

📌 ฝากเตือนคุณพ่อคุณแม่น้อบทุกคนครับ

สารพิษรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลง น้ำยาล้างจาน หรือยาคน มีอันตรายถึงชีวิต หากน้องๆ เผลอกินเข้าไป หากพบอาการผิดปกติ “เวลา” คือสิ่งสำคัญที่สุด รีบพบสัตวแพทย์ทันทีนะครับ

รักษาและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

“เชอร์รี่อาย” (Cherry Eye) เรื่องตาที่เจ้าของไม่ควรละเลย

เคยสังเกตไหม? อยู่ดีๆ น้องหมาน้องแมวที่บ้านก็มีก้อนเนื้อสีชมพูแดงบวมปูดออกมาที่บริเวณหัวตา ดูคล้ายกับผลเชอร์รี่… ภาวะนี้แหละครับที่เราเรียกว่า “โรคต่อมหนังตาที่สามยื่น” หรือ Cherry Eye

🧐 สาเหตุเกิดจากอะไร?

เกิดจากเนื้อเยื่อที่ยึดต่อมน้ำตาบริเวณหนังตาที่สามอ่อนแอลง ทำให้ต่อมน้ำตาหลุดออกมาด้านนอก ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจทำให้น้อง:

• เกิดอาการระคายเคืองตาอย่างรุนแรง

• ตาแห้งเรื้อรัง (KCS) เนื่องจากต่อมผลิตน้ำตาทำงานผิดปกติ

• อาจเกิดการอักเสบจนถึงขั้นกระจกตาเป็นแผลได้

🛠️ การรักษา

ในเคสส่วนใหญ่ใช้การผ่าตัดด้วยวิธีโมดิฟาย มอร์แกน พอคคิท เทคนิค (Modified Morgan pocket technique) ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่มีเปอร์เซนต์ความสำเร็จสูง

✅ ภาพตัวอย่าง: (เปรียบเทียบก่อนและหลังผ่าตัด)

จากภาพจะเห็นว่าหลังการรักษา ก้อนเนื้อที่เคยบวมเบียดกระจกตาหายไปแล้ว ทำให้น้องกลับมาสบายตาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ

🏥 หากพบน้องมีอาการผิดปกติที่ดวงตา อย่ารอช้า รีบพาน้องมาปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินอาการและรับการรักษาที่ถูกต้องนะครับ

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เคล็ดลับการดูแล “คุณแม่มือใหม่” และ “ลูกแมวแรกเกิด”

🩵 ยินดีกับสมาชิกใหม่ด้วยนะครับ สำหรับเจ้าของที่มีแม่แมวเพิ่งคลอด (เหมือนน้องมิเกลในรูป) การดูแลในช่วงแรกสำคัญมากเพื่อให้เด็กๆ แข็งแรงและคุณแม่ไม่เครียด มาดูสิ่งที่ต้องสังเกตเป็นพิเศษกันครับ

1. สังเกตการเข้าเต้า (Latching)

• ลูกแมว: ต้องคอยดูว่าลูกๆ สามารถหาเต้านมเจอและดูดนมได้เองหรือไม่

• คุณแม่: สังเกตว่าแม่แมวยอมให้ลูกดูดนมไหม มีอาการขู่หรือเดินหนีลูกหรือเปล่า (โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่อาจจะยังงงๆ อยู่บ้างครับ)

2. ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย

ปกติแม่แมวจะเลียก้นลูกเพื่อกระตุ้นให้ถ่าย แต่ถ้าแม่แมวยังทำไม่เป็น หรือลูกแมวเยอะเกินไป เจ้าของสามารถช่วยได้โดย:

• ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นพอหมาด เช็ดเบาๆ บริเวณอวัยวะเพศและก้นของลูกแมว เพื่อกระตุ้นให้เขาปัสสาวะและอุจจาระครับ

3. ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม

ลูกแมวแรกเกิดยังปรับอุณหภูมิร่างกายเองไม่ได้

• ควรให้อยู่ในที่ที่ อุ่นและไม่มีลมโกรก

• หากอากาศเย็นเกินไป อาจต้องใช้โคมไฟกกลูกแมว หรือแผ่นรองให้ความร้อน (แต่ต้องระวังไม่ให้ร้อนจนเกินไปนะครับ)

4. สังเกตอาการอย่างสม่ำเสมอ

• คอยเช็กว่าลูกแมวตัวอุ่นไหม ร้องเสียงดังต่อเนื่องผิดปกติหรือเปล่า

• แม่แมวทานอาหารได้ปกติไหม มีไข้ หรือเต้านมอักเสบ (แข็ง/แดง/ร้อน) หรือไม่

หากพบว่าลูกแมวไม่ยอมดูดนม ซึม หรือแม่แมวมีอาการผิดปกติ แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ทันทีเพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และเด็กนะครับ 🏥✨

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

จากวันที่น้องเดินไม่ได้… สู่วันที่กลับมาวิ่งเล่นได้สดใสกว่าเดิม!

เคสนี้ “น้องดีดี้” มาหาเราด้วยอาการน่าเป็นห่วงจากภาวะ กระดูกต้นขาหลังหัก (Femoral Fracture) ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้ ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการวางแผนผังการผ่าตัดอย่างละเอียด โดยพิจารณาจากทั้งขนาดตัว น้ำหนัก และอายุน้อง เพื่อเลือกวิธีที่ดีที่สุด

✅ หลังการผ่าตัด: น้องดีดี้เก่งมาก! ตอนนี้หายดีจนกลับมาเดินและวิ่งเล่นได้ปกติ แถมยังร่าเริงสุดๆ เห็นรอยยิ้มน้องแบบนี้ ทีมหมอก็หายเหนื่อยเลยครับ

ขอบคุณคุณเจ้าของที่ไว้วางใจให้เราดูแลสมาชิกคนสำคัญของครอบครัวนะครับ ❤️

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เพราะคุณภาพชีวิตที่ดี คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

จากเคสผ่าตัดกระดูกในวันนั้น สู่ความสดใสขี้อ้อนในวันนี้ “น้องปีใหม่” พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการรักษาที่ถูกต้องเปลี่ยนโลกของน้องได้จริงๆ

ตอนนี้กระดูกแข็งแรงหายห่วง เหลือแต่หัวใจนี่แหละที่อ้อนจนพี่พยาบาล พี่หมอไปไหนไม่รอดแล้ววว น่ารักที่สุด ❤️