น้องไดโน กับภาวะสะบ้าเคลื่อน (Patella Luxation) เคสจริงจากห้องผ่าตัด

📌 ปัญหาที่พบ

น้องมีอาการ “วิ่งสลับขา ยกขาหลังเป็นช่วงๆ” ตรวจพบว่าเป็น สะบ้าเคลื่อนด้านใน (Medial patellar luxation) ระดับที่ต้องผ่าตัด

📌 แนวทางการรักษา

ทีมสัตวแพทย์เลือกการผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างข้อเข่า ได้แก่

✔️ เพิ่มความลึกของร่องข้อ (Block recession trochleoplasty)

✔️ ย้ายตำแหน่งกระดูกหน้าแข้ง (Tibial tuberosity transposition:TTT)

เพื่อให้สะบ้ากลับมาอยู่ในตำแหน่งปกติ และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ

📌 ผลหลังผ่าตัด

• สะบ้าอยู่ในตำแหน่งปกติ

• โครงสร้างข้อเข่ามีความมั่นคงมากขึ้น

• ลดความเสี่ยงข้อเสื่อมในระยะยาว

📌 ทำไมต้องผ่าตัด?

หากปล่อยไว้ อาจทำให้ เดินกะเผลกเรื้อรัง ปวดข้อ และเกิดข้อเสื่อมถาวร (Osteoarthritis)

💡 สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม คือ วิ่งแล้วชอบยกขา / เดิน 3 ขาเป็นช่วงๆ / กระโดดแล้วร้องเจ็บ

💙 สะบ้าเคลื่อน ยิ่งรักษาเร็ว ผลลัพธ์ยิ่งดี หากน้องหมามีอาการผิดปกติ สามารถเข้ามาปรึกษาและประเมินระดับความรุนแรงได้

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

“ตัวเหลือง” ในสัตว์เลี้ยง…สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

เคยสังเกตไหมว่า เหงือก ตาขาว หรือผิวหนังของน้องเริ่มมีสีเหลืองผิดปกติ? อาการนี้เรียกว่า “ตัวเหลือง” (Jaundice) ซึ่งมักบ่งบอกถึงความผิดปกติภายในร่างกาย

🔎 อาการที่อาจพบร่วม

• เหงือก ตาขาว หรือผิวหนังมีสีเหลือง

• ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด

• อาเจียน หรือท้องเสีย

• ปัสสาวะสีเข้มกว่าปกติ

• บางรายอาจมีไข้ หรือท้องโต

⚠️ สาเหตุหลัก

ตัวเหลืองเกิดจากสารที่ชื่อว่า “บิลิรูบิน” สูงผิดปกติ ซึ่งอาจมาจาก

1. เม็ดเลือดแดงถูกทำลายมากเกินไป (เช่น โรคพยาธิในเม็ดเลือด / ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง)

2. ตับทำงานผิดปกติ (เช่น ตับอักเสบ ตับติดเชื้อ ไขมันพอกตับ)

3. ท่อน้ำดีอุดตัน (เช่น นิ่ว ก้อนเนื้อ หรือการอักเสบ)

🏥 การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะตรวจเพิ่มเติม เช่น

• ตรวจเลือด

• อัลตราซาวด์ เอกซเรย์

เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

💊 การรักษา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับ “สาเหตุ” เช่น

• ให้ยาฆ่าเชื้อ หรือยากดภูมิ

• ให้น้ำเกลือ และการพยุงอาการ

• ในบางกรณีอาจต้องผ่าตัด

⏰ สำคัญที่สุดคือ ตัวเหลืองไม่ใช่โรค แต่เป็น “สัญญาณของโรค” ยิ่งพามาตรวจเร็ว โอกาสรักษาหายยิ่งสูง แต่บางครั้ง หากมาไม่ทันเวลา ตัวโรครุนแรงอาจทำให้สัตว์เสียชีวิตได้

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

———————————————————————————

เปิดบริการทุกวัน 08.00-22.00 น.

รักษาสัตว์ ผ่าตัดทุกชนิด ฉุกเฉินทุกชนิด

อาบน้ำ-ตัดขนสุนัขและแมว,บริการนอกสถานที่ (จองคิวได้เลย)

ถ่ายเลือด เอกซเรย์ อัลตราซาวน์ ผ่าตัดกระดูก ผ่าคลอด ทำหมัน

ผ่าตัดปลอดภัย ใช้ยาดมสลบ เครื่องมอนิเตอร์สัญญาณชีพทุกชนิด

✅ปรึกษาคุณหมอ สนทนาผ่านไลน์ 24 ชม.

✅โทร 0642414535

🌻พัฒนาความรู้ บริการด้วยใจ ช่วยสัตว์หายป่วย🌻

หวัดแมว (Cat Flu) โรคยอดฮิตที่ทาสแมวไม่ควรมองข้าม

หวัดแมวสามารถพบได้ในแมวทุกช่วงวัย โดยเฉพาะแมวเด็ก แมวที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือแมวที่อยู่รวมกันหลายตัว

🔎 อาการที่พบบ่อย

• จาม น้ำมูกไหล

• ตาแดง น้ำตาไหล

• ซึม เบื่ออาหาร บางตัวอาจมีแผลในช่องปาก

💊 การรักษา

สัตวแพทย์จะรักษาตามอาการ เช่น

• ยาลดน้ำมูก ยาหยอดตา ยาลดการอักเสบ

• ยาฆ่าเชื้อ (ในกรณีมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรก)

💉 การป้องกัน

การทำวัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ และช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

📌 หากแมวเริ่มมีอาการจาม น้ำมูก หรือซึม ควรพามาตรวจเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

———————————————————————————

เปิดบริการทุกวัน 08.00-22.00 น.

รักษาสัตว์ ผ่าตัดทุกชนิด ฉุกเฉินทุกชนิด

อาบน้ำ-ตัดขนสุนัขและแมว,บริการนอกสถานที่ (จองคิวได้เลย)

ถ่ายเลือด เอกซเรย์ อัลตราซาวน์ ผ่าตัดกระดูก ผ่าคลอด ทำหมัน

ผ่าตัดปลอดภัย ใช้ยาดมสลบ เครื่องมอนิเตอร์สัญญาณชีพทุกชนิด

✅ปรึกษาคุณหมอ สนทนาผ่านไลน์ 24 ชม.

✅โทร 0642414535

🌻พัฒนาความรู้ บริการด้วยใจ ช่วยสัตว์หายป่วย🌻

น้องเมฆกับปัญหา “ไรในหู” ที่พาเชื้อแบคทีเรียตามมา

น้องเมฆมาพบสัตวแพทย์ด้วยอาการ คันหู สะบัดหู และมีขี้หูจำนวนมาก จากการตรวจพบว่าเกิดจาก ไรในหู (Ear mite) และมี การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนในช่องหู

🔬 จากการตรวจตัวอย่างในหู

พบ ไรในหูทุกระยะ (All stages of ear mite) และพบ แบคทีเรียลักษณะ cocci อยู่ภายในเซลล์อักเสบ (intracellular cocci bacteria) ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย

💡 ทำไมไรในหูถึงทำให้ติดเชื้อได้?

ไรในหูจะทำให้เกิดการระคายเคืองและรบกวนสมดุลในช่องหู ส่งผลให้แบคทีเรียหรือยีสต์เจริญเพิ่มขึ้น จนเกิด การติดเชื้อแทรกซ้อน

⚠️ สัญญาณที่ควรสังเกต

• มีขี้หูสีดำคล้ายกากกาแฟ

• มีกลิ่นเหม็นจากช่องหู

• คันหู สะบัดหัว หรือเกาหูบ่อย

🩺 แนวทางการดูแลและป้องกัน

• ใช้ยาหยดหลังหรือยากำจัดปรสิตตามคำแนะนำสัตวแพทย์

• ดูแลความสะอาดช่องหูอย่างเหมาะสม (ไม่ควรล้างบ่อยเกินไป แนะนำ 1-2 ครั้ง/เดือน)

• หากมีอาการผิดปกติ ควรพามาตรวจเพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุด

📍 โรคในหูแมวเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แต่หากปล่อยไว้อาจลุกลามและทำให้แมวเจ็บปวดได้ การตรวจรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้หายได้เร็วและลดภาวะแทรกซ้อน

วินิจฉัย: น.สพ.ธารายุทธ นาศร (หมอจอม)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องซูชิ ภาวะหัวกระดูกต้นขาหลุดจากเบ้าสะโพก

(Coxofemoral Luxation)

🤍 รักษาด้วยการผ่าตัด FHNE (Femoral Head and Neck Excision)

🩵 ภาวะหัวกระดูกต้นขาหลุด หรือ ข้อสะโพกหลุด มักเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น รถชน หกล้ม หรือการกระแทกอย่างรุนแรง

สุนัขที่มีภาวะนี้มักมีอาการ

• เดินกะเผลก

• ลงน้ำหนักขาหลังไม่ได้

• มีอาการเจ็บบริเวณสะโพก

การรักษาสามารถทำได้หลายวิธี

หนึ่งในวิธีคือ การผ่าตัด FHNE ซึ่งเป็นการตัดหัวและคอกระดูกต้นขาออก เพื่อลดความเจ็บปวด และช่วยให้สัตว์เลี้ยงกลับมาใช้ขาได้ดีขึ้น

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

———————————————————————————

เปิดบริการทุกวัน 08.00-22.00 น.

รักษาสัตว์ ผ่าตัดทุกชนิด ฉุกเฉินทุกชนิด

อาบน้ำ-ตัดขนสุนัขและแมว,บริการนอกสถานที่ (จองคิวได้เลย)

ถ่ายเลือด เอกซเรย์ อัลตราซาวน์ ผ่าตัดกระดูก ผ่าคลอด ทำหมัน

ผ่าตัดปลอดภัย ใช้ยาดมสลบ เครื่องมอนิเตอร์สัญญาณชีพทุกชนิด

✅ปรึกษาคุณหมอ สนทนาผ่านไลน์ 24 ชม.

✅โทร 0642414535

🌻พัฒนาความรู้ บริการด้วยใจ ช่วยสัตว์หายป่วย

น้องเรดาห์โดนรถชน กระดูกขาหลังหัก

จากการตรวจเอกซเรย์พบว่า น้องมีภาวะ กระดูกต้นขาส่วนต้นด้านซ้ายหัก (Left subtrochanteric femoral fracture) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ใกล้ข้อสะโพก ทำให้ไม่สามารถลงน้ำหนักขาได้ตามปกติ

👩🏻‍⚕️ทีมสัตวแพทย์จึงทำการผ่าตัดยึดตรึงกระดูกด้วย

แผ่นล็อกกิ้งเพลตร่วมกับหมุดในโพรงกระดูก (Locking plate + Intramedullary pin) เพื่อช่วยให้กระดูกอยู่ในแนวที่ถูกต้อง เพิ่มความแข็งแรง และช่วยให้กระดูกติดได้ดีขึ้น

หลังการผ่าตัด น้องเรดาห์อาการดีขึ้นและอยู่ในช่วงพักฟื้น โดยต้องจำกัดการเคลื่อนไหวและติดตามการหายของกระดูกอย่างใกล้ชิด 🦴

✅ การวินิจฉัยตำแหน่งกระดูกหักอย่างถูกต้อง และเลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้น้อง ๆ กลับมาเดินได้อีกครั้ง

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องมิกกี้กับการผ่าตัดเปิดท่อปัสสาวะบริเวณฝีเย็บ

(Conventional perineal urethrostomy)

น้องมิกกี้มีอาการ ปัสสาวะไม่ออกเรื้อรัง เบ่งปัสสาวะบ่อย และเป็นซ้ำหลายครั้ง แม้จะเคยได้รับการสวนปัสสาวะและรักษาทางยาแล้ว อาการยังกลับมาอีก จึงพิจารณาการผ่าตัดเพื่อช่วยแก้ปัญหาการอุดตันของท่อปัสสาวะในระยะยาว

🔹 Perineal urethrostomy (PU)

เป็นการผ่าตัดเปิดท่อปัสสาวะบริเวณฝีเย็บ เพื่อให้ท่อปัสสาวะส่วนปลายมีขนาดกว้างขึ้น ช่วยลดโอกาสการอุดตันซ้ำ โดยมักใช้ในแมวเพศผู้ที่มีปัญหาท่อปัสสาวะอุดตันเรื้อรัง

📌 หลังผ่าตัด

น้องต้องแอทมิดติดตามอาการ ทำแผล และรับยาอย่างสม่ำเสมอ จนกว่าแผลจะหายดีและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

⚠️ หากสัตว์เลี้ยงมีอาการ เบ่งปัสสาวะ ปัสสาวะออกน้อย หรือปัสสาวะไม่ออก ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพราะภาวะท่อปัสสาวะอุดตันถือเป็นภาวะฉุกเฉิน

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องไข่ตุ๋นกระดูกขาหน้าหัก

น้องมาด้วยอาการขาหน้าขวาลงน้ำหนักไม่ได้ จากการตรวจ X-ray พบ กระดูก radius และ ulna หัก (radio-ulnar fracture)

ทีมสัตวแพทย์จึงทำการผ่าตัด จัดกระดูกและยึดตรึงด้วยแผ่นเหล็กและสกรู (Open Reduction and Internal Fixation – ORIF) เพื่อให้กระดูกกลับมาอยู่ในแนวที่ถูกต้องและช่วยให้สามารถเชื่อมติดได้ดี

หลังผ่าตัด น้องพักฟื้นและอยู่ในช่วงดูแลอย่างใกล้ชิด 🩺

📌 อุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกหักสามารถเกิดขึ้นได้ เช่น

• รถชน

• ตกจากที่สูง

• เล่นหรือวิ่งชนอย่างแรง

หากสัตว์เลี้ยงมีอาการขาเจ็บ เดินกะเผลก หรือไม่ยอมลงน้ำหนัก ควรพามาตรวจและถ่าย X-ray เพื่อประเมินความเสียหายและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ใกล้คลอดแล้วหรือยัง?

รู้ไหมว่า หมาและแมวตั้งท้องเฉลี่ยประมาณ 63 วัน

ช่วง 12–24 ชั่วโมงก่อนคลอด มักจะมีสัญญาณ เช่น

🌡 อุณหภูมิร่างกายลด

🧺 เริ่มทำรัง

🍽 เบื่ออาหาร / กระสับกระส่าย

แต่ถ้าเจอแบบนี้ ต้องรีบพบสัตวแพทย์ทันที

❗ เบ่งเกิน 30–60 นาทีแต่ลูกไม่ออก

❗ มีน้ำเขียวหรือเลือดออกก่อนลูกตัวแรก

❗ ลูกตัวต่อไปห่างเกิน 2 ชั่วโมง

❗ แม่สัตว์ซึม อ่อนแรง หรือชัก

ดูสัญญาณให้ทัน ช่วยให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัย ❤️

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

มือใหม่เลี้ยงน้องหมาต้องรู้! ระวัง “โรคลำไส้อักเสบพาร์โวไวรัส”

โรคลำไส้อักเสบจากพาร์โวไวรัส (Canine Parvovirus) เป็นโรคไวรัสที่รุนแรงและแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะใน ลูกสุนัขหรือสุนัขที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบ

⚠️ อาการที่พบบ่อย

• ซึม ไม่ร่าเริง

• เบื่ออาหาร ไม่กินอาหาร อาเจียน

• ท้องเสียรุนแรง บางครั้งมีเลือดปน

• อ่อนแรง และขาดน้ำอย่างรวดเร็ว

🧪 การตรวจวินิจฉัย

สัตวแพทย์สามารถตรวจยืนยันโรคได้โดย

• ตรวจเลือดร่วมกับ Test kit (Antigen test)

• การตรวจ PCR เพื่อยืนยันเชื้อไวรัส

💊 สิ่งสำคัญที่เจ้าของควรรู้

ปัจจุบัน ยังไม่มียาที่ฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง การรักษาจึงเป็น การประคับประคองตามอาการ เช่น

• ให้น้ำเกลือ

• ควบคุมอาเจียน

• ให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน

• ดูแลภาวะขาดน้ำและสมดุลร่างกาย

สุนัขบางตัวสามารถ สร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นตัวได้ แต่ในบางรายที่อาการรุนแรงก็อาจ เสียชีวิตได้

🛡 การป้องกันที่ดีที่สุด

✔ ฉีดวัคซีนให้ครบตามโปรแกรม

✔ หลีกเลี่ยงการพาลูกสุนัขที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบไปพื้นที่เสี่ยง

✔ รักษาความสะอาดบริเวณที่เลี้ยง

🧼 การทำความสะอาดเพื่อลดการแพร่เชื้อ เชื้อพาร์โวไวรัสสามารถ อยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายเดือน ควรทำความสะอาดด้วย น้ำยาฟอกขาว (Sodium hypochlorite) ผสม 1:30 – 1:32 กับน้ำ ใช้เช็ดพื้น กรง ถาดอาหาร อุปกรณ์เลี้ยง ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ก่อนล้างออก

🌟 หากพบว่าสุนัขมีอาการ ซึม อาเจียน หรือท้องเสียรุนแรง

ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษา ตรวจเร็ว รักษาเร็ว โอกาสรอดสูงขึ้น

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)