เมื่อ “เอกซเรย์ + ออกซิเจน” คือกุญแจสำคัญในเคสฉุกเฉินระบบทางเดินหายใจ

เคส “น้องถังเงิน” กับอาการทางเดินหายใจ หอบ และไอ…

ในทางสัตวแพทย์ เมื่อเจอน้องๆ ที่มีปัญหาการหายใจ 2 สิ่งที่แทบจะเป็นของคู่กันและขาดไม่ได้เลยคือ:

🩻1. X-ray (การวินิจฉัย): เพื่อดูโครงสร้างภายในปอดและหัวใจ อย่างในเคสนี้ภาพรังสีเผยให้เห็นภาวะ Lung Atelectasia (ปอดแฟบ) ซึ่งในน้องถังเงินมักมีสาเหตุโน้มนำมาจาก Asthma (หอบหืด) ทำให้เกิดเมือกอุดตันในหลอดลมจนลมเข้าสู่ปอดบางส่วนไม่ได้

🫧2. Oxygen Therapy (การประคับประคอง): สำคัญมากในแทบทุกเคส เพราะการให้ออกซิเจนและการพ่นยาช่วยลดความเหนื่อยล้าของร่างกาย ทำให้น้องหายใจได้สบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (สังเกตจากภาพเปรียบเทียบ Before & After ที่น้องดูผ่อนคลายลงหลังได้รับออกซิเจนและพ่นละอองยาครับ)

เกร็ดความรู้เล็กๆ:

ภาวะปอดแฟบไม่ใช่โรคเดี่ยวๆ แต่เป็น “ผล” จากปัญหาอื่น เช่น การอักเสบ สิ่งแปลกปลอม หรือเสมหะที่เหนียวข้นเกินไป การรีบพามาพบคุณหมอเพื่อ X-ray และคุมอาการด้วยออกซิเจนจึงช่วยเพิ่มการรักษาได้มากครับ

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เคสผ่าตัดกระดูก “น้องโบ้ใหญ่”

น้องมาด้วยอาการเจ็บขาหลังซ้าย เดินลงน้ำหนักไม่ได้

ตรวจพบ

🔹 กระดูกหน้าแข้งซ้ายหักแบบเฉียง (Complete left tibial oblique fracture)

🔹 ข้อสะโพกซ้ายเสื่อม (Left hip osteoarthritis)

แนวทางการรักษา

✔ ผ่าตัดดามกระดูกด้วยเทคนิค Orthogonal plate fixation เพื่อเพิ่มความแข็งแรง รองรับน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างมาก

✔ ผ่าตัดข้อสะโพกด้วยวิธี FHNE (Femoral Head and Neck Excision) เพื่อลดความเจ็บปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิต

📸 ภาพก่อน–หลังผ่าตัด จะเห็นการจัดแนวกระดูกที่ดีขึ้น และมีการยึดตรึงด้วย plate อย่างเหมาะสม

💡 เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ต้อง “เลือกวิธีผ่าตัดให้เหมาะกับขนาดและน้ำหนักสัตว์” เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ตอนนี้น้องพักฟื้นดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังต้องควบคุมการเคลื่อนไหว + ทำกายภาพต่อเนื่องครับ

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ผ่าตัดทำหมันนำมดลูกออกเคส Pyometra โดยใช้ Ligasure Vessel Sealing

เคสผ่าตัดฉุกเฉินที่ต้องแข่งกับเวลา ⏱️

🐶 น้องหมาพันธุ์ซามอย อายุประมาณ 2 ปี ถูกส่งตัวมาแบบเร่งด่วน ด้วยอาการหอบ ท้องโต ซึม ไม่กินอาหาร ผลตรวจเลือดพบค่าเม็ดเลือดขาวสูงมาก บ่งชี้การติดเชื้อรุนแรง ร่วมกับค่าไตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis)

จากการประเมินร่วมกับอาการทางคลินิก สงสัยภาวะ “มดลูกอักเสบ” (pyometra) ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินในสุนัขเพศเมีย โดยเฉพาะในเคสที่มีการติดเชื้อรุนแรง อาจเกิดภาวะมดลูกแตก เยื่อบุช่องท้องอักเสบ (peritonitis) และช็อกตามมาได้

🔴 เป้าหมายหลักของการรักษาในเคสนี้

คือการ “กำจัดแหล่งติดเชื้อ (source of infection)” ออกจากร่างกายโดยเร็วที่สุด ดังนั้นการผ่าตัดทำหมัน (OVH: Ovariohysterectomy) จึงเป็นวิธีที่เหมาะสมและจำเป็นที่สุดในสถานการณ์นี้

✨ ความท้าทายในเคสนี้

• น้องเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ เส้นเลือดบริเวณมดลูกมีจำนวนมาก

• ภาวะอักเสบทำให้หลอดเลือดขยายและเปราะ เสี่ยงต่อการเสียเลือด

• มีภาวะ sepsis และค่าไตสูง ทำให้การวางยาสลบและการผ่าตัดมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ต้องทำให้รวดเร็วที่สุด

💡 เทคนิคที่ใช้ในเคสนี้

ทีมสัตวแพทย์เลือกใช้เครื่อง Ligasure (Vessel Sealing Device) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานในการซีลหลอดเลือดให้ปิดสนิท

ข้อดีของการใช้ Ligasure

✔ ลดการเสียเลือดระหว่างผ่าตัด

✔ ลดเวลาในการผ่าตัดอย่างมีนัยสำคัญ

✔ ลดการใช้ไหมผูกจำนวนมาก

✔ ลดความเสี่ยงในเคสที่ไม่ stable

จากการใช้เทคนิคนี้ ทำให้สามารถผ่าตัดเอามดลูกที่ติดเชื้อออกได้ภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที ⏱️ ช่วยลดภาระของร่างกายในช่วงดมยาสลบ และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของน้องได้อย่างมาก

💙 ผลการรักษา

หลังผ่าตัด น้องฟื้นตัวได้ดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน วันนี้มาตรวจแผลและติดตามอาการ พบว่าเริ่มกลับมาร่าเริง สดใสขึ้นอย่างชัดเจน

✨ เคสนี้สะท้อนให้เห็นว่าการวินิจฉัยที่รวดเร็ว + การตัดสินใจผ่าตัดอย่างทันท่วงที + การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีผลอย่างมากต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ของการรักษา

📌 หมายเหตุสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง

มดลูกอักเสบสามารถป้องกันได้ด้วยการทำหมันตั้งแต่อายุยังน้อย หากพบอาการผิดปกติ เช่น ซึม กินน้อย ท้องโต มีหนองไหล หรือหอบ ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์ทันที

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

คุณแม่ลิซ่ากับน้องจิ๋วตัวน้อย

เคสนี้คุณแม่มีความเสี่ยงคลอดยาก เราจึงวางแผนตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งอัลตราซาวด์ดูขนาดศีรษะลูก ประเมินอายุครรภ์ และฟังอัตราการเต้นหัวใจของลูกอย่างต่อเนื่อง

🐈 สุดท้ายตัดสินใจผ่าคลอด (C-section) อย่างปลอดภัย

น้องออกมาร้องเสียงดัง แข็งแรง พร้อมเข้าเต้าทันที

🩵 ขอบคุณเจ้าของที่ไว้วางใจให้เราดูแลตั้งแต่ต้นจนถึงวันที่ได้เจอกันนะครับ

ผ่าตัด:น.สพ.ธารายุทธ นาศร (หมอจอม)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องปังปัง Interdigital furunculosis (อุ้งเท้าอักเสบ/ซอกนิ้วอักเสบ)

💥 ก่อนรักษา: น้องมีอาการบวมแดง ขนร่วงบริเวณอุ้งเท้า มีอาการคัน เลีย-กัดเท้าบ่อย

🩵 หลังรักษา 1 สัปดาห์: ขนเริ่มขึ้นแล้ว ไม่มีแผล ไม่คัน ไม่เกาเลย

โรคนี้เป็นหนึ่งในปัญหาผิวหนังที่พบบ่อยในสุนัข มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมกับการระคายเคือง/ภูมิแพ้ ถ้าปล่อยไว้นาน อาจลุกลาม กลายเป็นแผลลึกหรือเป็นซ้ำได้

📌 สัญญาณที่ควรสังเกต

• บวมแดงที่อุ้งเท้าหรือซอกนิ้ว ขนร่วงเฉพาะจุด

• เลีย/กัดเท้าบ่อย อาจมีตุ่มหรือแผลแตก

💡 การรักษา

ต้องวินิจฉัยสาเหตุร่วม (เช่น ภูมิแพ้, การติดเชื้อ) และให้ยาตามเหมาะสม พร้อมดูแลความสะอาด ลดความชื้นบริเวณอุ้งเท้า ใครที่น้องเริ่มมีอาการ อย่ารอให้เป็นหนักนะ รีบพามาตรวจ จะหายไวเหมือนน้องปังปังเลย 💙

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องดอลลี่ คุณแม่มือใหม่ ท้องแรก

จากการติดตามการตั้งท้อง

📌 อัลตราซาวน์ พบอัตราการเต้นหัวใจลูกปกติ พร้อมคลอด

📌 X-ray ที่อายุครรภ์ประมาณ 60 วัน พบลูก 1 ตัว

เคสนี้คุณแม่แข็งแรง ลูกพร้อมออกมาดูโลกแล้ว 💖

การประเมินสัตว์ท้องในช่วงใกล้คลอด

✔️ อัลตราซาวน์ → ดูความมีชีวิตของลูก (Fetal heart rate)

✔️ X-ray → ประเมินจำนวนลูกและขนาด เพื่อวางแผนคลอด

🩺 การติดตามที่ถูกต้อง ช่วยลดความเสี่ยงทั้งแม่และลูกได้มาก

วินิจฉัย และเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องลายทอง กับการรักษา “ข้อศอกเคลื่อน” แบบไม่ผ่าตัด

🦴 Closed reduction คือการจัดข้อให้กลับเข้าที่ภายใต้ยาสลบ เหมาะกับเคสที่เพิ่งเกิด และไม่มี fracture ร่วม

🔍 การประเมินก่อนทำ

• ตรวจการลงน้ำหนัก/ความเจ็บ

• เช็คเส้นประสาทและการไหลเวียนเลือด

• เอกซเรย์ยืนยันและประเมินความเสียหาย

🩹 เคสนี้นอกจากข้อศอกเคลื่อน น้องยังมีบาดแผลจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชน จึงมีการทำแผลบริเวณอื่นร่วมด้วย

✔ หลังจัดข้อ มีการใส่เฝือกและจำกัดการเคลื่อนไหวอย่างไรก็ตาม “ระยะเวลาในการกัก/ใส่เฝือก” ต้องพิจารณาเป็นรายเคสตามความมั่นคงของข้อและการตอบสนองต่อการรักษา

💛 ไม่ใช่ทุกเคสจะใช้วิธีนี้ได้ ควรให้สัตวแพทย์ประเมินอย่างเหมาะสม

วินิจฉัย/รักษา: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ผ่าตัดนิ่วกระเพาะปัสสาวะ (Cystotomy)

อีกหนึ่งการรักษาที่จำเป็นในบางเคส เพื่อช่วยให้สัตว์เลี้ยงกลับมาปัสสาวะได้ปกติและลดความเจ็บปวด

💡 นิ่วในกระเพาะปัสสาวะคืออะไร?

เกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุในปัสสาวะ จนรวมตัวกันเป็นก้อน อาจทำให้เกิดอาการ เช่น

•ปัสสาวะลำบาก / เบ่ง

•ปัสสาวะมีเลือด

•ปวดท้อง ซึม

•ในบางรายอาจ “อุดตัน” ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉิน

🔍 การรักษา นิ่วมีหลายชนิด

• บางชนิดสามารถ “ละลายได้” ด้วยอาหารเฉพาะทาง

• แต่บางชนิด จำเป็นต้องผ่าตัดเอาออก

🩺 ขั้นตอนคร่าวๆ

1. วางยาสลบเพื่อความปลอดภัยและไม่เจ็บปวด

2. ผ่าตัดเปิดกระเพาะปัสสาวะ (Cystotomy)

3. นำนิ่วออกทั้งหมด

4. ส่งตรวจวิเคราะห์ชนิดของนิ่ว เพื่อวางแผนป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

❤️ หลังผ่าตัด

• ต้องดูแลแผล

• ควบคุมอาหารตามคำแนะนำสัตวแพทย์

• กระตุ้นให้ดื่มน้ำมากขึ้น

✨ เพราะ “นิ่ว” ไม่ได้จบแค่ผ่าตัด แต่การป้องกันสำคัญไม่แพ้กัน

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

สฟิงซ์ (Sphynx) น้องแมว “เกือบไร้ขน” ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ!

🐈 หลายคนอาจจะคุ้นตากับน้องแมวหน้าย่น แทบไม่มีขน อย่าง “สฟิงซ์” แต่รู้ไหมครับว่าภายใต้ความแปลกตาคือนิสัยที่ขี้อ้อนสุดๆ (เหมือนในรูปที่ 2 เลย!) และพวกเขายังมีเรื่องที่เจ้าของต้องใส่ใจมากกว่าแมวทั่วไปด้วยครับ

วันนี้มีน้องสฟิงซ์เข้ามาที่โรงพยาบาลพอดี หมอเลยทำ “คู่มือการดูแลและโรคที่พบบ่อย” มาฝากทาสแมวสฟิงซ์ทุกคนครับ

✨ เคล็ดลับการดูแลพื้นฐาน:

1. อาบน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง: เพราะไม่มีขนช่วยดูดซับน้ำมันบนผิวหนัง ทำให้อุดตันและตัวเหนียวได้ง่ายครับ

2. ควบคุมอุณหภูมิ: น้องไวต่ออากาศเปลี่ยนมาก! ในบ้านควรอบอุ่น ไม่ควรให้ตากแอร์เย็นจัดหรือตากแดดนานเกินไป

3. เน้นอาหารโปรตีนเหมาะสม: สฟิงซ์มีระบบเผาผลาญที่ทำงานหนักเพื่อสร้างความร้อนให้ร่างกาย จึงต้องการพลังงานที่เพียงพอครับ

⚠️ โรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษ:

1. โรคผิวหนัง: ผิวบาง ไวต่อแสงแดดและระคายเคืองง่าย

2. โรคหัวใจและโรคไต: เป็นความเสี่ยงทางพันธุกรรมที่พบบ่อย ควรพามาตรวจสุขภาพประจำปีเช่น การตรวจเลือด อัลตราซาวน์ และเอคโคหัวใจ

3. โรคข้ออักเสบและเบาหวาน: มักพบเมื่อน้องเริ่มมีอายุมากขึ้น

แมวแต่ละสายพันธุ์มีความเสี่ยงต่างกัน การศึกษาข้อมูลไว้ก่อนจะช่วยให้เราดูแล “เจ้าตัวแสบ” ให้อยู่กับเราไปได้นานๆ (เฉลี่ย 15-20 ปีเลยนะ!)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ทำไมต้องรักษาพยาธิเม็ดเลือดก่อนผ่าตัดกระดูก? กรณีศึกษา “น้องเสือ”

🐕‍🦺 เคสน้องเสือมาด้วยอาการโดนรถชน ตรวจพบกระดูกต้นขาหัก (Left femoral neck fracture) แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ “ภาวะพยาธิเม็ดเลือด” ครับ

📚 ทำไมเราถึงไม่ผ่าตัดทันที?

1. เกล็ดเลือดต่ำ: พยาธิเม็ดเลือดมักทำให้เกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งเสี่ยงต่อการเลือดไหลไม่หยุดระหว่างและหลังผ่าตัด

2. ภาวะโลหิตจาง: ร่างกายที่อ่อนแอจะทนต่อยาสลบได้น้อยลง

3. การฟื้นตัวของแผล: พยาธิเม็ดเลือดทำให้ภูมิคุ้มกันแย่ลง แผลผ่าตัดอาจติดเชื้อหรือหายช้า

คุณหมอจึงเลือกให้ยากินและฉีดยาลดอาเจียน เพื่อคุมพยาธิเม็ดเลือดให้คงที่ก่อน (เคสน้องเสือประมาณ 1 สัปดาห์) เมื่อร่างกายพร้อม การผ่าตัดตัดหัวกระดูก (FHNE) ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี จนตอนนี้น้องเสือกลับมาลงน้ำหนักและวิ่งเล่นได้อีกครั้งใน 3 สัปดาห์ครับ

✅ ผลลัพธ์: น้องฟื้นตัวไว ลงน้ำหนักได้ดีเยี่ยมภายใน 3 สัปดาห์ อย่ามองข้ามพยาธิเม็ดเลือด เพราะตัวเล็กๆ แต่อันตรายถึงชีวิตตอนผ่าตัดได้เลยนะครับ

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)