คันหูไม่รู้เป็นอะไร… ระวัง “ไรในหู” (Ear Mites) ตัวร้ายทำร้ายสัตว์เลี้ยง

เคสนี้ “น้องยูฟ่า” มาพบคุณหมอด้วยอาการคันหูอย่างรุนแรง สะบัดหัวบ่อย รอบๆ ใบหูเริ่มแดง และมีขี้หูแห้งๆ สีน้ำตาลเข้มสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก

ส่องตรวจทางห้องปฏิบัติการพบตัวการชัดเจน นั่นคือ “ไรในหู (Otodectes cynotis)” ตัวเล็กจิ๋วที่ชอบอาศัยและชอนไชอยู่ในช่องหูของน้องๆ ทำให้เกิดการระคายเคืองและอักเสบตามมา

📌 อาการต้องสงสัยที่เจ้าของควรสังเกต

• เกาหูบ่อย หรือใช้ขาหลังเตะๆ บริเวณหู

• สะบัดศีรษะบ่อยผิดปกติ

• ขี้หูเยอะ มีสีน้ำตาลเข้มหรือดำคล้ายผงกาแฟ

• มีกลิ่นอักเสบหรือกลิ่นอับบริเวณใบหู

หากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่การติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราซ้ำซ้อน จนกลายเป็นช่องหูอักเสบรุนแรงได้ครับ ถ้าพบน้องๆ มีอาการคล้ายน้องยูฟ่า พามาตรวจช่องหูและรับการรักษาที่ถูกต้องกับคุณหมอนะครับ 🩺✨

วินิจฉัย: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เคสผ่าตัดช่องหู “น้องกาฟิวส์” ครับ

🩺 มีเจ้าของหลายท่านชอบถามหมอว่า อยู่ๆ ทำไมหูน้องแมวบวมเป่งขึ้นมาเหมือนมีน้ำอยู่ข้างใน? อย่างเคสของน้องกาฟิวส์นี้เลยครับ น้องมาด้วยอาการใบหูหนาและบวมเต่งชัดเจนเลย

หมอตรวจแล้วน้องเป็น ภาวะเลือดคั่งในใบหู (Aural Hematoma) ครับ สาเหตุหลักๆ มาจากการที่น้องคันหู (อาจจะเกิดจากไรในหู หรือหูอักเสบ) พอคันมากๆ ก็จะเกาถี่สะบัดหัวแรงๆ จนทำให้เส้นเลือดฝอยในใบหูแตก แล้วเลือดกับของเหลวก็ไหลมารวมกันจนบวมโตอย่างที่เห็นในรูปก่อนผ่าตัดครับ

การรักษาเคสนี้:

หมอทำการผ่าตัดระบายเอาของเหลวและลิ่มเลือดที่คั่งอยู่ออกทั้งหมด จากนั้นใช้เทคนิคเย็บตรึงใบหู (ที่เห็นเป็นกระดุมสีดำในรูปหลังผ่าตัด คือการเย็บเพื่อกระจายแรงกด ช่วยให้ผิวหนังแนบสนิทกับกระดูกอ่อนใบหู ป้องกันไม่ให้ของเหลวกลับมาสะสมใหม่ และช่วยไม่ให้หูบิดเบี้ยวผิดรูปครับ)

🐱 แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรักษาที่ต้นเหตุ ครับ หมอตรวจช่องหูและจ่ายยารักษาอาการอักเสบติดเชื้อที่เป็นสาเหตุทำให้น้องคันหูควบคู่ไปด้วย น้องจะได้ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก

ตอนนี้กาฟิวส์ผ่าตัดเรียบร้อย พันแผลใส่คอลลาร์กันเกา หน้าตาตื่นตัวดีมาก พร้อมกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านแล้วครับ เก่งมากเลย

📌 บ้านไหนเห็นเด็กๆ ที่บ้านเริ่มสะบัดหัวบ่อย หรือชอบเอาขาหลังมาเกาหูบ่อยๆ ลองจับดูใบหูหน่อยนะครับ ถ้าเริ่มหนาๆ บวมๆ รีบพามาหมอเช็กตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีที่สุดครับ

ผ่าตัด: น.สพ.ธารายุทธ นาศร (หมอจอม)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

แผลแต่ละประเภทมีการรักษาที่แตกต่างกัน

ผลการรักษา “น้องนำโชค” จากกรณีมีบาดแผลขนาดใหญ่และมีความลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ทางทีมสัตวแพทย์ได้ทำการตรวจความพร้อมของร่างกายทางห้องปฏิบัติการ (ตรวจเลือด) อย่างละเอียด ก่อนดำเนินการวางยาสลบด้วยระบบดมยาสลบ และทำการศัลยกรรมเย็บปิดบาดแผลเป็นที่เรียบร้อยและปลอดภัยครับ 🩺✨

ทางโรงพยาบาลขอขอบพระคุณเจ้าของที่ไว้วางใจให้เราดูแลสุขภาพของน้องนำโชคครับ

ผ่าตัด: น.สพ.ธารายุทธ นาศร (หมอจอม)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เคส “น้องคะน้า” ผ่าตัดมดลูกอักเสบ ปลอดภัยหายห่วงแล้วครับ

มดลูกอักเสบในสัตว์เลี้ยง เป็นภาวะที่น่ากลัวกว่าที่คิด สำหรับเคสของน้องคะน้า หลังจากที่คุณหมอวินิจฉัยพบว่าเป็นมดลูกอักเสบเฉียบพลัน และตรวจพบของเหลวสะสมอยู่ภายใน ทางเจ้าของจึงตัดสินใจให้คุณหมอทำการผ่าตัดทันที เพื่อความปลอดภัยของน้อง

ตอนนี้การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี น้องคะน้าฟื้นตัวได้ดีมากครับ หลังจากนี้คุณหมอนัดเข้ามาทำแผลอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหายดีครับ

💡 เกร็ดความรู้จากคุณหมอ: โรคมดลูกอักเสบเป็นโรคติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ที่อันตรายและพบบ่อยในสัตว์เลี้ยงเพศเมียที่ไม่ได้ทำหมัน หากพบอาการซึม เบื่ออาหาร หรือมีสิ่งคัดหลั่ง/หนองไหลออกจากอวัยวะเพศ ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์ทันทีนะครับ การทำหมันตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยป้องกันโรคนี้ได้ครับ

ผ่าตัด: น.สพ.ธนา ศรีสองเมือง (หมอโน๊ต)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

อัปเดตเคส “น้องชาไทย” กับการผ่าตัดไส้เลื่อนช่องท้อง (Abdominal Hernia)

คุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าน้องมีก้อนนูนขึ้นมาผิดปกติบริเวณข้างลำตัว จึงพาน้องมาตรวจอย่างละเอียด เมื่อคุณหมอทำการเอกซเรย์ (X-ray) ก็พบว่าก้อนดังกล่าวคืออวัยวะภายในที่เคลื่อนตัวทะลุผ่านผนังหน้าท้องที่ฉีกขาดออกมา หรือที่เรียกว่า “ภาวะไส้เลื่อนช่องท้อง” ครับ

คุณหมอได้ทำการผ่าตัดแก้ไขเย็บซ่อมแซมผนังหน้าท้อง (Herniorrhaphy) เพื่อนำอวัยวะทุกส่วนกลับเข้าสู่ตำแหน่งปกติอย่างปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้น้องชาไทยอาการปลอดภัยและกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นครับ 🥰

⚠️ เกร็ดความรู้จากคุณหมอ: ภาวะไส้เลื่อนช่องท้องในสัตว์เลี้ยง มักมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุที่เกิดแรงกระแทกอย่างรุนแรง เช่น ตกจากที่สูง โดนรถชน หรือการต่อสู้กัน หากเจ้าของพบสิ่งผิดปกติ เช่น มีก้อนนูนนิ่ม ๆ บริเวณท้องหรือข้างลำตัว ควรรีบพาน้องมาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที ไม่ปล่อยทิ้งไว้นะครับ เพราะอาจเกิดภาวะอวัยวะขาดเลือดจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ครับ

ผ่าตัด: น.สพ.ธนา ศรีสองเมือง (หมอโน๊ต)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

อัปเดตเคสของ “น้องไข่ตุ๋น” สุนัขพันธุ์เล็กที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการ โรคไส้เลื่อนข้างก้น (Perineal Hernia) ครับ

โรคนี้เกิดจากกล้ามเนื้อบริเวณเชิงกรานและรอบๆ ก้นเกิดความอ่อนแรงหรือฝ่อลีบ ทำให้มีอวัยวะหรือไขมันภายในช่องท้องเคลื่อนตัวทะลุออกมากระทบข้างรูทวาร ซึ่งในเคสของน้องไข่ตุ๋น สิ่งที่เลื่อนออกมาคือไขมันครับ หากปล่อยไว้นานอาจส่งผลต่อการขับถ่ายและสร้างความเจ็บปวดให้น้องได้

คุณหมอได้ทำการผ่าตัดแก้ไขเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่เสียหายเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้น้องไข่ตุ๋นผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดีอย่างปลอดภัย และกำลังอยู่ระหว่างการแอดมิทเพื่อดูแลอาการอย่างใกล้ชิดและพักฟื้นในขั้นตอนต่อไปครับ สู้ๆ นะไข่ตุ๋น ❤️

หมั่นสังเกตบริเวณรอบก้นของเด็กๆ ที่บ้านกันด้วยนะครับ หากพบก้อนบวมตุ่ย ขับถ่ายติดขัด หรือเบ่ง ควรพามาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับ

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เคสรักษา “โรคหูบวมน้ำ” (Aural Hematoma) ในน้องหมา

เคสของ “น้องมะเฟือง” มาแชร์ให้คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านได้ระวังกันครับ น้องมะเฟืองมาด้วยอาการหูบวมเป่งจนผิดรูป หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Aural Hematoma (โรคหูบวมน้ำ) ครับ

❓โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ส่วนใหญ่เกิดจากการที่สุนัขมีปัญหาคันหู เจ็บหู หรือหูอักเสบ ทำให้สะบัดหัวแรงๆ หรือเกาหูบ่อยๆ จนเส้นเลือดฝอยในใบหูแตก และเกิดเลือดคั่งสะสมอยู่ข้างในจนหูบวมหนาขึ้นมาครับ

🩺 แนวทางการรักษา

สำหรับเคสของน้องมะเฟือง คุณหมอได้ทำการผ่าตัดเพื่อระบายของเหลวและเลือดที่คั่งอยู่ออก พร้อมทั้งใช้เทคนิคเย็บใบหูเพื่อลดช่องว่างไม่ให้เลือดกลับมาคั่งซ้ำ (ที่เห็นเป็นกระดุมเก๋ๆ บนหูน้อง คือเทคนิคช่วยกระจายแรงเย็บและรักษาทรงใบหูครับ) และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรักษาอาการอักเสบ/คันที่เป็นต้นเหตุควบคู่กันไปด้วย เพื่อไม่ให้น้องกลับมาเป็นซ้ำอีก

ตอนนี้น้องมะเฟืองผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี ใส่คอลลาร์และพันแผลเรียบร้อย เตรียมตัวพักฟื้นเพื่อรอวันตัดไหมแล้วครับ สู้ๆ นะลูกมะเฟือง ❤️

ผ่าตัด: น.สพ.ธารายุทธ นาศร (หมอจอม)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เคส “น้องชบา” มาด้วยอาการชักจากภาวะไข้น้ำนม (Eclampsia)

อัปเดตเคสคนไข้ตัวจิ๋วส่งตรงจากห้องฉุกเฉินครับ วันนี้น้องชบา ถูกส่งตัวมาด้วยอาการน่าเป็นห่วง มีอาการชักเกร็ง

คุณหมอรีบทำการตรวจเลือดอย่างเร่งด่วน พบว่าน้องมี “ภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ภาวะไข้น้ำนม (Eclampsia) ซึ่งมักพบได้บ่อยในแม่สุนัขพันธุ์เล็กช่วงที่กำลังให้นมลูก เนื่องจากร่างกายสูญเสียแคลเซียมไปกับการผลิตน้ำนมในปริมาณมากครับ

คุณหมอได้เริ่มทำการรักษาทันที โดยการให้แคลเซียมทดแทนผ่านทางเส้นเลือดอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งติดเครื่องมอนิเตอร์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยของระบบหัวใจอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาการให้ยาครับ

⭐️ อัปเดตอาการล่าสุด หลังได้รับยาและแคลเซียมทดแทน ตอนนี้น้องชบาอาการกลับมาเป็นปกติแล้วครับ ร่าเริงดี ไม่มีอาการชักเกร็งซ้ำ แต่ยังคงต้องแอดมิทเพื่อมอนิเตอร์และดูอาการอย่างใกล้ชิดต่ออีกสักระยะเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย 100% ก่อนส่งตัวกลับบ้านไปหาลูกๆ ครับ

⚠️ ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ที่มีแม่สุนัขเพิ่งคลอดหรือกำลังให้นมลูก หากพบว่าแม่สุนัขมีอาการเริ่มเดินขาสั่น เดินเกร็ง หอบพ่นลม หายใจเร็ว หรือมีอาการชัก ห้ามชะล่าใจเด็ดขาดนะครับ ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะภาวะนี้อันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีครับ

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

พาน้องมอมแมมมาอัปเดตความน่ารักคร้าบ ตอนนี้หนูเริ่มเข้าสู่วัยสาวอย่างเต็มตัวแล้วนะลูกกก

ล่าสุดคุณแม่พาน้องมอมแมมเข้ามาตรวจร่างกาย เนื่องจากเริ่มมีเลือดไหลออกจากอวัยวะเพศเป็นครั้งแรก คุณหมอจึงได้ทำการตรวจเช็กเซลล์ทางช่องคลอด (Vaginal Cytology) เพื่อประเมินระยะของวงจรการเป็นสัดครับ

ผลส่องกล้องพบว่าน้องอยู่ในช่วง “Early Proestrus” หรือระยะเริ่มแรกของการเป็นสัด โดยบนสไลด์จะเริ่มเห็นกลุ่มเซลล์ Intermediate cell ร่วมกับเม็ดเลือดแดง (RBC) และเม็ดเลือดขาวชนิด Neutrophil อย่างชัดเจนครับ

ในระยะนี้ร่างกายของเด็ก ๆ จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระและฮอร์โมน บางตัวอาจมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเล็กน้อย หรือดึงดูดสุนัขเพศผู้รอบข้าง แต่สำหรับน้องมอมแมมตอนนี้ยังคงร่าเริง แจ่มใส และทานอาหารได้ตามปกติเลยครับ เก่งมาก ๆ ❤️

เบื้องต้นคุณหมอแนะนำให้คุณแม่ช่วยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ดูแลความสะอาดรอบ ๆ บริเวณอวัยวะเพศเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และระวังเรื่องการผสมพันธุ์โดยไม่ตั้งใจในช่วงนี้ครับ

สำหรับบ้านไหนที่น้องหมาเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ มีเลือดไหล หรือพฤติกรรมเปลี่ยนไป สามารถพาน้อง ๆ มาตรวจเช็กระยะการเป็นสัด (Estrus cycle) เพื่อวางแผนการดูแลหรือเตรียมตัวทำหมันในอนาคตได้เลยนะครับคุณหมอยินดีให้คำปรึกษาครับ 🩺

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

รีวิวเคสสุดท้าทาย: “น้องดาร์กี้” จากอุบัติเหตุรถชน สู่การผ่าตัดแก้ไขกระดูกขาหลังหักด้วยเทคนิค Orthogonal Plate

เคสนี้เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า “ความพร้อมของร่างกายสำคัญไม่แพ้การผ่าตัด” ครับ น้องดาร์กี้ถูกส่งตัวมาด้วยอาการกระดูกขาหลัง (Tibia) หักอย่างรุนแรงจากอุบัติเหตุรถชน ซึ่งจากภาพเอกซเรย์จะเห็นรอยหักได้อย่างชัดเจนเลยครับ แต่ความท้าทายไม่ได้มีแค่เรื่องกระดูกเท่านั้น…

🩺 ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด (Pre-operative Care)

จากการตรวจเลือดคัดกรองก่อนดมยาสลบ (Pre-anesthetic Blood Check) ทีมคุณหมอพบว่า:

• ค่าตับ (Liver values) พุ่งสูงขึ้นกว่าปกติ

• ค่าไต (Kidney values) มีการขยับขึ้นเล็กน้อย

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวน้องในการดมยาสลบ คุณหมอจึงตัดสินใจให้ดาร์กี้ แอดมิทเพื่อปรับสภาพร่างกายและประคับประคองการทำงานของตับและไตล่วงหน้าเป็นเวลา 3 วัน จนกระทั่งผลเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย จึงสามารถเข้าสู่กระบวนการผ่าตัดได้ครับ

🛠️ การผ่าตัดและผลลัพธ์ (Surgical Outcome)

ทีมศัลยแพทย์ได้ทำการผ่าตัดแก้ไขด้วยเทคนิค Orthogonal plate and screw fixation เพื่อเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงสูงสุดให้กับกระดูกขาหลังที่หัก ช่วยให้ดาร์กี้สามารถกลับมาลงน้ำหนักและใช้ขาได้ดีที่สุดในอนาคต ซึ่งผลการผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดีครับ

💊 การดูแลหลังผ่าตัดต่อเนื่อง (Post-operative Management)

ปัจจุบันน้องดาร์กี้อยู่ในช่วงพักฟื้น โดยได้รับความดูแลอย่างใกล้ชิด

• ยาควบคุมและจัดการความเจ็บปวด (Pain management)

• ยาฆ่าเชื้อและยาลดอักเสบ (Antibiotics & Anti-inflammatory drugs)

• ยาบำรุงตับอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูระบบภายในควบคู่ไปกับกระดูก

💡 เกร็ดความรู้จากคุณหมอ: การตรวจเลือดก่อนผ่าตัดในสัตว์ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนมีความสำคัญมากครับ เพราะแรงกระแทกอาจส่งผลต่ออวัยวะภายในที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การจัดการให้ระบบภายในพร้อมที่สุดจึงช่วยลดความเสี่ยงระหว่างดมยาสลบได้อย่างมากครับ

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)