ตรวจการตั้งครรภ์ในแพะแคระมินิปิกมี ไม่ใช่แค่หมาแมวเท่านั้นที่อัลตราซาวด์ได้ สัตว์หลายชนิดก็ตรวจได้เช่นกัน

ตัวอย่างสัตว์ที่สามารถตรวจด้วยอัลตราซาวด์ได้

🐶 สุนัข 🐱 แมว 🐐 แพะ / แกะ

🐷 สุกร 🐮 โค 🦌 สัตว์กีบอื่น ๆ

🐇 สัตว์พิเศษบางชนิด ขึ้นกับขนาดและความเหมาะสม

จากเคสนี้

พบน้องตัวจิ๋ว 2 ตัว ยังมีชีวิต แข็งแรง

📅 อายุครรภ์โดยประมาณ 70–80 วัน

การตรวจอัลตราซาวด์ช่วย

✔️ ยืนยันการตั้งครรภ์

✔️ ประเมินจำนวนลูก

✔️ วางแผนการดูแลและโภชนาการได้เหมาะสม

ถ้าเจ้าของอยากรู้ว่า “ท้องหรือไม่”

อัลตราซาวด์คือคำตอบที่ชัดเจนและปลอดภัย 💙

วินิจฉัย: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

โรคตาในหมาแมว รอไม่ได้…ช้าไปอาจเสียการมองเห็น (ตอนที่ 2)

ครั้งที่แล้วเล่าไปแล้วว่า 👁️ แค่ดูจาก “ภายนอก” เราพอจะประเมินอะไรได้บ้าง แต่ความจริงคือ… โรคตาส่วนใหญ่ ซ่อนอยู่ข้างใน

พอพาน้องมาถึงโรงพยาบาลสัตว์ การตรวจตาไม่ได้จบแค่ส่องไฟดวงเดียว แต่ต้องใช้ อุปกรณ์เฉพาะหลายอย่าง และหลายขั้นตอน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

🔍 ตัวอย่างการตรวจที่ต้องใช้อุปกรณ์

• Tonometer

วัดความดันลูกตา → สำคัญมากในการวินิจฉัย ต้อหิน และ uveitis

• Schirmer tear test

วัดปริมาณน้ำตา → แยกภาวะตาแห้ง (KCS) ที่ถ้าปล่อยไว้ กระจกตาพังถาวรได้

• Fluorescein test

ย้อมสีดูแผลกระจกตา → แผลเล็กๆ บางทีตาเปล่ามองไม่เห็น แต่เสี่ยงทะลุได้

• Jones test

ตรวจการไหลของท่อน้ำตา → น้ำตาไหลเพราะผลิตมาก หรือเพราะ “ระบายไม่ออก”

• Reflex test

ตรวจการมองเห็นและระบบประสาท → แยกว่าตาบอดจากตาเอง หรือจากสมอง/เส้นประสาท

• Ocular ultrasound

อัลตราซาวด์ลูกตา → กรณีที่มองไม่เห็นข้างใน เช่น มีเลือด มีก้อน หรือจอประสาทตาหลุด

และนอกจากในรูป… ในบางเคสที่เจาะลึกลงไปอีกยังต้องใช้

👉 Direct ophthalmoscope ดูจอประสาทตาโดยตรง

👉 Gonioscope ประเมินมุมระบายน้ำตา (สำคัญมากในต้อหิน)

👉 Electroretinogram/ERG การตรวจการทำงานของจอประสาทตา

🕰️ เพราะฉะนั้น

การตรวจตา = ใช้เวลา + ใช้ขั้นตอน + ใช้ความละเอียดสูง

ไม่ใช่ช้าเพราะอ้อยอิ่ง แต่ช้าเพราะ “ถ้าพลาด = เสียการมองเห็น”

ถ้าน้องมีอาการแบบนี้ ตาแดง ปวดตา หรี่ตา ขุ่น น้ำตาไหล ตาบอดเฉียบพลัน อย่ารอดูอาการเอง และอย่าหยอดยามั่ว

โรคตา…เร็ว = รอด

ช้า = เสี่ยงถาวรจริงๆ

วินิจฉัย/เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

อาการตาหมาแมว ที่เจ้าของมองเห็นได้จากภายนอก ไม่ต้องรู้ว่าโรคอะไร แค่เห็น “ไม่ปกติ” = ควรพามาตรวจ

🔴 ตาแดง

• ตาขาวแดง เส้นเลือดชัด

• อาจมาจากอักเสบ ระคายเคือง ติดเชื้อ หรือปวดตา

💧 ขี้ตาเยอะผิดปกติ

• ใส เหนียว เหลือง หรือเขียว

• บางรายขี้ตาแห้งติดเป็นคราบ

👁️ ลืมตาไม่ขึ้น / หรี่ตาตลอด

• มักหมายถึง เจ็บตา

• เป็นสัญญาณอันตราย ควรรีบตรวจ

🟣 ตาขุ่น / สีตาเปลี่ยน

• ตาดำขุ่น ฟ้า เทา หรือขาว

• อาจเกี่ยวกับกระจกตาหรือความดันตา

🩸 มีเลือดในตา

• เห็นสีแดงหรือคล้ำอยู่ในลูกตา

• มักสัมพันธ์กับอุบัติเหตุหรือโรคภายใน

👀 ลูกตานูน / ยื่นผิดปกติ

• ลูกตาดูโปน ไม่เท่ากันสองข้าง

• อาจเกิดจากแรงดันหลังลูกตา หรืออุบัติเหตุ

😢 น้ำตาไหลตลอด

• ขนรอบตาเปียก เป็นคราบน้ำตา

• อาจเกิดจากท่อน้ำตาอุดตันหรือระคายเคือง

🟡 หนังตาบวม แดง

• บวมชัด หนังตาหนา บางรายคัน ขยี้ตาบ่อย

🐾 ขยี้ตา ถูหน้าแรงๆ

• เป็นสัญญาณว่าตา ไม่สบายหรือเจ็บ

• ยิ่งขยี้ยิ่งเสี่ยงกระจกตาเป็นแผล

⚪ มีแผ่นขาว/ชมพูขึ้นในตา

• อาจเป็นเยื่อขึ้น กระจกตาผิดปกติ

• ต้องแยกจากแค่ขี้ตา

💡 จำง่ายๆ ตา = อวัยวะที่เสียแล้ว “ย้อนกลับยาก”

เห็นผิดปกติ อย่ารอดูเอง

วินิจฉัย/เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องกาฟิวส์ โดนกัด…แต่แผลไม่ยอมหาย เพราะไม่ใช่แผลธรรมดา

🔍 น้องกาฟิวส์โดนกัดที่ผิวหนังบริเวณช่องอกมา เมื่อเอกซเรย์ พบความผิดปกติของผนังช่องอก จากภายนอกเห็นเป็นแผลผิวหนังเล็กๆ แต่ ทำแผลมา 3–4 วันแล้วไม่ดีขึ้น คุณหมอจึงตัดสินใจ ผ่าตัดเปิดเข้าไปดู

‼️ ผลที่พบคือ

ผนังช่องอกทะลุ (chest wall rupture) ทำให้มีอากาศ/ของเหลวรั่วเข้าช่องอก → เสี่ยงต่อการหายใจลำบาก

🩺 การรักษา:

• ผ่าตัดซ่อมแซมผนังช่องอก

• ใส่ ท่อระบายทรวงอก (chest tube drainage)

• คอยดูดอากาศและของเหลวออกจนปริมาณลดลง

• เฝ้าระวังใกล้ชิดหลังผ่าตัด

💙 ตอนนี้น้องอาการดีขึ้นมาก กำลังเตรียมถอดท่อระบาย และพักฟื้นทำแผลต่อ

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

โรคไตเรื้อรังในน้องแมว (Chronic kidney disease: CKd)

รู้ไว ดูแลทัน ช่วยยืดอายุไตและคุณภาพชีวิตน้องแมว
🔍 อาการที่พบบ่อย
• กินน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย
• เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซึม
• อาเจียน มีกลิ่นปาก
• ขนหยาบ ไม่เงา
⚠️ ระยะแรกอาจไม่แสดงอาการ
🩺 การวินิจฉัย
• ตรวจเลือด: BUN, Creatinine, SDMA
• ตรวจปัสสาวะ: USG, protein
• วัดความดันโลหิต
• อัลตราซาวน์ไต เพื่อดูโครงสร้างไต
👉 ไม่ใช่ดูแค่ “ค่าไตครั้งเดียว” แต่ต้องประเมินภาพรวม
📊 การติดตามอาการ (หัวใจของการรักษา CKD)
• ตรวจค่าไตและปัสสาวะ เป็นระยะ
• ติดตาม ความดันโลหิต
• ประเมินน้ำหนัก ความอยากอาหาร และคุณภาพชีวิต
• ปรับแผนการรักษาตาม ระยะของโรค (IRIS stage)
💊 การรักษา (ต้องถี่ถ้วน ไม่ใช่แค่ตามอาการ)
การรักษา CKD ไม่ใช่สูตรเดียวใช้ได้ทุกตัว ขึ้นกับระยะและภาวะแทรกซ้อน
แนวทางหลักประกอบด้วย
• 🥣 อาหารสูตรโรคไต (ควบคุมฟอสฟอรัส โปรตีน และโซเดียม)
•💧 การจัดการน้ำในร่างกาย (ดื่มน้ำ / ให้น้ำเกลือในรายจำเป็น)
• ยาปรับตามอาการสัตว์แต่ละตัว
💊 ยาควบคุมฟอสฟอรัส / ยาควบคุมความดันโลหิต / ยาลดอาการคลื่นไส้ กระตุ้นความอยากอาหาร
💊 รักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น โลหิตจาง โปรตีนรั่ว
❌ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
• “ค่าไตขึ้นนิดเดียว ไม่เป็นไร” → ❌
• “ให้แค่น้ำเกลือก็พอ” → ❌
• “รักษาไม่หาย ไม่ต้องทำอะไรก็ได้” → ❌
CKD รักษาไม่หาย แต่ควบคุมได้ และชะลอการเสื่อมได้จริง
วินิจฉัยและรักษา: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)
เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

กลุ่มอาการภูมิแพ้ผิวหนังในแมว (Feline atopic syndrome)

แมวที่มีอาการคันเรื้อรัง ขนร่วง เลีย เกา จนผิวหนังอักเสบ
แม้จะกำจัดสาเหตุพื้นฐานแล้ว เช่น ปรสิต แบคทีเรีย หรือเปลี่ยนอาหาร แต่อาการยังไม่ดีขึ้น 👉 อาจเข้าข่าย Feline atopic syndrome
🔍 ลักษณะที่พบบ่อย
• ขนร่วง/ผิวหนังอักเสบ บริเวณท้องช่วงล่าง
• ขนร่วงที่ ใบหู คอ หน้า และลำตัว
• คัน เลีย เกาเรื้อรัง
• บางรายไม่มีแผลชัด แต่เลียจนขนหาย
🧠 Feline atopic syndrome คืออะไร
เป็น “กลุ่มอาการ” ของโรคภูมิแพ้ในแมว เกี่ยวข้องกับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อสารก่อภูมิแพ้จาก
• สิ่งแวดล้อม
• อาหาร
• หรือร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ
💊 แนวทางการดูแลรักษา
• ควบคุมอาการคัน (ยาลดคัน / ยากดภูมิ)
• ควบคุมสิ่งแวดล้อมและสารก่อภูมิแพ้
• ปรับอาหารให้เหมาะสม
• ติดตามอาการระยะยาว เพราะมักเป็นโรคเรื้อรัง
📌 หากน้องแมวมีอาการคัน ขนร่วงซ้ำ ๆอย่ามองข้าม อาจไม่ใช่แค่เชื้อหรือหมัด ควรพาเข้าตรวจเพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม 🐾
วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องเฉาก๊วย: ภาวะริมฝีปากอักเสบ (Cheilitis)

เคสนี้เจ้าของพบน้องมีก้อนบริเวณใบหน้าใกล้ริมฝีปาก
📌 ลักษณะก้อนขนาดประมาณ 1 × 1 ซม. เนื้อค่อนข้างแข็ง รูปร่างไม่สม่ำเสมอ สีชมพู อยู่บริเวณผิวหนังด้านหลังรอบปาก
🔬 การตรวจวินิจฉัย
ทำการเจาะตรวจเซลล์ (Cell cytology)
พบว่าเป็น เซลล์เยื่อบุผิวชนิด squamous cell ที่มีการเพิ่มจำนวน (hyperplasia) ไม่พบความผิดปกติของนิวเคลียส → ไม่เข้าข่ายเนื้องอกมะเร็ง
📋 สรุปผลการวินิจฉัย
👉 Hyperplastic cheilitis / Acute allergic cheilitis
หรือ ผิวหนังอักเสบจากภูมิคุ้มกัน (immune-mediated dermatopathy)
💊 ทำไมให้ยาฆ่าเชื้อแล้วไม่หาย?
เนื่องจากโรคนี้
• ไม่ได้มีสาเหตุหลักจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
• แต่เกิดจาก การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันหรือการแพ้ เมื่อให้เพียงยาฆ่าเชื้อ + ยาลดอักเสบทั่วไป อาการจึงไม่ดีขึ้น
แต่เมื่อ ให้ ยาสเตียรอยด์เพื่อลดการทำงานของภูมิคุ้มกัน
➡️ ก้อนและแผล ยุบและหายไปได้ชัดเจน
🧠 สาเหตุที่พบได้ใน Cheilitis กลุ่มนี้
• การแพ้อาหาร
• การแพ้สิ่งแวดล้อม (ฝุ่น สารเคมี พลาสติก ชามอาหาร)
• การเลีย/เสียดสีซ้ำ ๆ
• โรคผิวหนังจากภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ
🩺 แนวทางการรักษา
• ใช้ ยาสเตียรอยด์ (ระยะสั้น–ปรับขนาดตามการตอบสนอง)
• พิจารณาหยุด/เปลี่ยนสิ่งกระตุ้นที่สงสัย
• หากเป็นซ้ำบ่อย อาจต้องวางแผน ควบคุมระยะยาว
• ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดโดยสัตวแพทย์
📣 ข้อแนะนำถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยง
หากพบ ก้อน / แผล / ผิวหนังหนา แดง หรือบวมบริเวณปาก
อย่าด่วนสรุปว่าเป็นเนื้องอก การตรวจเซลล์สามารถช่วยแยก การอักเสบ vs มะเร็ง ได้อย่างชัดเจน และช่วยให้เลือกการรักษาได้ตรงจุดที่สุด 🩷
วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ภาวะคลอดไม่ออก (Dystocia) ในสุนัขและแมว

ไม่ใช่เรื่องเล็ก และอาจเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และลูก หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที
🔎 สาเหตุของภาวะคลอดไม่ออก
แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก
1️⃣ สาเหตุจากแม่ (Maternal cause)
• มดลูกบีบตัวไม่ดี / มดลูกเฉื่อย (Uterine inertia)
• แม่อ่อนแรง ขาดแคลเซียม น้ำตาลต่ำ
• ช่องเชิงกรานแคบ โดยเฉพาะแม่ท้องแรก
• แม่มีโรคประจำตัว หรืออายุมาก
2️⃣ สาเหตุจากลูก (Fetal cause)
• ลูกตัวใหญ่เกินไป
• ท่าทางลูกผิดปกติ (เช่น หันก้น ขาเหยียดผิดท่า)
• ลูกติดค้างในช่องคลอด
• ลูกเสียชีวิตในท้อง ทำให้ไม่สามารถช่วยคลอดเองได้
🩺 แนวทางการแก้ไขรักษา
การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของภาวะคลอดไม่ออก
• กระตุ้นการบีบตัวของมดลูกด้วยยา (ในรายที่เหมาะสม)
• ช่วยทำคลอดด้วยมืออย่างระมัดระวัง
• ผ่าตัดทำคลอด (Cesarean section) เมื่อมีข้อบ่งชี้ เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก
📌 ตัวอย่างเคสจากโรงพยาบาล
🐱 เคสน้องจีจ้า
น้องมีลูกทั้งหมด 3 ตัว แต่ตัวสุดท้ายคลอดไม่ออก เนื่องจากภาวะมดลูกเฉื่อย ทีมสัตวแพทย์จึงให้ยากระตุ้นการบีบตัวของมดลูก และสามารถช่วยให้ลูกคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย ทั้งแม่และลูกแข็งแรงดี
🐶 เคสน้องสวย
เป็นการตั้งท้องครั้งแรก ลูกไม่สามารถคลอดออกมาเองได้ จำเป็นต้องผ่าตัดทำคลอด เพื่อช่วยนำลูกออกมาอย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อชีวิตของแม่สุนัข
⚠️ ข้อแนะนำถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยง
หากพบว่า แม่เบ่งนานผิดปกติ / มีน้ำคร่ำออกแล้วแต่ไม่มีลูก / แม่ซึม อ่อนแรง หรือมีเลือดออกมาก ควรรีบนำมาพบสัตวแพทย์ทันที ⏰ เพราะ “เวลา” คือสิ่งสำคัญที่สุดในการช่วยชีวิตแม่และลูก
💙 โรงพยาบาลสัตว์หมอพลอย พร้อมดูแลทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิตน้องๆ
วินิจฉัยและรักษา: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)
เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

มาด้วยอุบัติเหตุ… แต่กลับเจอ “โรคซ่อนอยู่” ถึงสองระบบ

🩺น้องเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บขา เดินกะเผลกจากอุบัติเหตุ จากการตรวจเอกซเรย์พบว่า มีภาวะข้อสะโพกหลุด และมีความเสียหายของข้อสะโพกร่วมด้วย
❗️ระหว่างการซักประวัติ เจ้าของแจ้งว่าน้องเคยทำหมัน(จาก รพส.แห่งแรก)ไปแล้วกว่า 1 ปี แต่ยังคงมีอาการเป็นสัดซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง
ทีมสัตวแพทย์จึงทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยอัลตราซาวด์ช่องท้อง
🔍 พบเนื้อเยื่อผิดปกติบริเวณใกล้ไตขวา ซึ่งสอดคล้องกับ ภาวะรังไข่ตกค้างหลังการทำหมัน (Ovarian Remnant Syndrome – ORS)
***ซึ่งไม่ควรหลงเหลืออยู่ตามหลักการทำหมันที่ถูกต้อง***
เป็นสาเหตุที่ทำให้น้องยังมีฮอร์โมนและเป็นสัดได้
ในการผ่าตัดครั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์จึงได้ทำการรักษาพร้อมกัน 2 ปัญหา ได้แก่
• ผ่าตัดนำเนื้อเยื่อรังไข่ตกค้างออก
• ผ่าตัดข้อสะโพกด้วยเทคนิค FHNE (Femoral Head and Neck Excision)
เพื่อช่วยลดความเจ็บปวด และเพิ่มคุณภาพการเดินของน้องในระยะยาว
💙 เคสนี้แสดงให้เห็นว่า การตรวจร่างกายอย่างละเอียด มีความสำคัญมาก เพราะบางครั้งอุบัติเหตุ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเจอโรคซ่อนอยู่ที่ส่งผลต่อสุขภาพของน้องได้
ขอบคุณเจ้าของที่ไว้วางใจโรงพยาบาลสัตว์หมอพลอยดูแลน้องจนปลอดภัยดีครับ 🐾
วินิจฉัย: น.สพ.ธนา ศรีสองเมือง (หมอโน๊ต)
ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)
เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

โรคถุงน้ำในไตในน้องแมว (Polycystic kidney disease)

น้องแมวชื่อเทามาตรวจสุขภาพประจำปี ผลตรวจเลือดปกติ ร่าเริง กินได้ เล่นได้ ไม่มีอาการป่วยใด ๆ แต่จากการ อัลตราซาวนด์ช่องท้อง พบว่าไตซ้ายมี ถุงน้ำหลายใบ วินิจฉัยได้ว่าเป็น “โรคถุงน้ำในไต (Polycystic Kidney Disease: PKD)”
🔍 PKD คืออะไร?
PKD เป็นโรคทางพันธุกรรมในแมว ทำให้เกิดถุงน้ำหลายใบภายในเนื้อไต ถุงน้ำจะค่อย ๆ โตขึ้นตามเวลา และอาจส่งผลต่อการทำงานของไตในระยะยาว
😿 อาการที่อาจพบได้ (มักเกิดเมื่อโรคลุกลาม)
ในระยะแรกแมวมัก ไม่แสดงอาการ แต่เมื่อการทำงานของไตเริ่มลดลง อาจพบว่า
• กินน้ำน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย
• เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ซึม อ่อนแรง อาเจียน
• ขนหยาบ ไม่เงางาม
• ในระยะรุนแรงอาจเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรัง
🩺 การรักษา PKD ทำอย่างไร?
ปัจจุบัน ยังไม่มียาที่ทำให้ถุงน้ำยุบหรือหายขาด
การรักษาจึงเป็นการ ชะลอโรคและดูแลไตให้นานที่สุด
🩵 แนวทางดูแล ได้แก่
• ติดตามการทำงานของไตด้วยการตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์เป็นระยะ
• ปรับอาหารเป็นอาหารสูตรดูแลไต เมื่อเริ่มมีภาวะไตเสื่อม
• กระตุ้นการกินน้ำให้เพียงพอ
• หลีกเลี่ยงยาที่มีผลเสียต่อไต
• รักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น ความดันโลหิตสูง หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
👉 หากดูแลและติดตามอย่างเหมาะสม แมว PKD หลายตัวสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกหลายปี
💙 แมวที่ดูแข็งแรง อาจมีโรคซ่อนอยู่โดยไม่แสดงอาการ
การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน โดยเฉพาะการอัลตราซาวนด์
ช่วยให้เรา รู้เร็ว วางแผนดูแลได้ทัน
อัลตราซาวน์/เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)