สุนัขพันธุ์หน้าสั้น สุขภาพที่ควรรู้และใส่ใจเป็นพิเศษ

สุนัขพันธุ์หน้าสั้น เช่น ปั๊ก บูลด็อก ชิสุ หรือปอมหน้าสั้น

มีเสน่ห์ก็จริง… แต่ก็เป็นกลุ่มที่ต้องดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพราะโครงสร้างใบหน้าและทางเดินหายใจมีความ “ต่าง” จากสุนัขทั่วไป

🔍 ปัญหาที่พบบ่อย

1. ปัญหาระบบหายใจ (BOAS)

• รูจมูกตีบ

• เพดานอ่อนยาว

• ถุงหน้ากล่องเสียงปลิ้น

• หลอดลมตีบ

พบได้บ่อยมาก ทำให้ “หายใจเสียงดัง เหนื่อยง่าย ไอเรื้อรัง”

2. ปัญหาตา

• ภาวะตาโปน

• กระจกตาเป็นแผลง่าย

• ผิวกระจกตาอักเสบจากลม ฝุ่น ขนถูหน้า

3. ปัญหาผิวหนัง

• ผิวหนังอักเสบตามรอยพับ

• ติดเชื้อเรื้อรัง

• กลิ่นตัวแรงกว่าสุนัขทั่วไป

❤️ สิ่งที่เจ้าของควรสังเกตเป็นพิเศษ

• หายใจเสียงดัง หรือหายใจลำบากตอนอากาศร้อน

• ไอ/สำลักบ่อย

• ตาแดง น้ำตาไหล หรือกระพริบตาถี่

• ผิวหนังบริเวณรอยพับแดง มีกลิ่น หรือมีคราบเปียก

🏥 การดูแลที่แนะนำ

– ตรวจสุขภาพช่องจมูก–ทางเดินหายใจ

– ตรวจตาและผิวหนังสม่ำเสมอ

– ควบคุมน้ำหนัก (สำคัญมาก!)

– หลีกเลี่ยงอากาศร้อน ความเครียด และการออกกำลังกายหนัก

– พิจารณาผ่าตัดแก้ไข BOAS เมื่อมีข้อบ่งชี้

📌 สุนัขหน้าสั้น = ต้องดูแลมากขึ้น

การสังเกตอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้ครับ ที่โรงพยาบาลสัตว์หมอพลอย เราดูแลเคสสุนัขพันธุ์หน้าสั้นพร้อมให้คำแนะนำครับ 💙

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

“ขี้เรื้อนแห้งในแมว” ไม่ใช่แค่ผิวลอก—แต่คือสัญญาณเตือน!

แมวที่เริ่มเป็นขี้เรื้อนแห้ง (Notoedric mange) มักมีอาการ คันมาก ขนร่วงเป็นหย่อม ผิวแห้งลอกเป็นขุย โดยเฉพาะบริเวณ หัว ใบหู คอ และอาจลามลงตัวได้ถ้าไม่ได้รักษาเร็ว เจ้าเหมียวจะเกาแรงจนเป็นแผล และเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนอีกด้วย

✨ การรักษา

• ให้ยาฆ่าไรตามชนิดที่สัตวแพทย์เลือก เช่น ivermectin, selamectin, fluralaner ฯลฯ

• รักษาต่อเนื่องตามรอบ เพราะไรมีวงจรชีวิตเป็นสัปดาห์

• ถ้ามีแผลเกาจนถลอก อาจต้องเสริม ยาฆ่าเชื้อ ยาทา หรือยาแก้คัน

• ทำความสะอาดที่นอน แผ่นรอง กล่องทราย และของใช้ทุกอย่างเพื่อลดการปนเปื้อนซ้ำ

• หากมีหลายตัวในบ้าน อาจต้องรักษาทุกตัว เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจาย

✨ การป้องกัน

• หยอดเห็บหมัด/ไร สม่ำเสมอเดือนละครั้ง

• อาบน้ำและตรวจผิวหนังประจำ โดยเฉพาะแมวที่คันง่าย

• แยกแมวที่มีอาการคัน ขนร่วง เป็นขุย ออกจากตัวอื่นทันที

• ทำความสะอาดเบาะนอน ผ้าห่ม และพื้นที่อยู่เป็นประจำ

• หลีกเลี่ยงการให้แมวสัมผัสแมวเร่หรือแมวไม่รู้ประวัติ

ขี้เรื้อนแห้งรักษาหายได้ ถ้าเริ่มรักษาไว และป้องกันถูกวิธี เจ้าเหมียวก็กลับมานุ่มฟูเหมือนเดิมได้เลย 🐾💛

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ขอบคุณจากใจทีมงานหมอพลอย

ทุกถุง ทุกกล่อง ทุกคำห่วงใยที่ทุกคนมอบให้ ไม่ได้เป็นแค่ “ของบริจาค” แต่คือความเมตตาที่ส่งต่อถึงน้องหมาน้องแมวที่กำลังลำบากในพื้นที่น้ำท่วม 🐶🐱✨

ทุกการบริจาคของท่าน คือพลังสำคัญที่เรานำไปส่งต่อสู่คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.อ. และเจ้าของสัตว์ในพื้นที่เดือดร้อน ขอบคุณที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเยียวยาชีวิตเล็ก ๆ เหล่านี้ครับ

ขอขอบคุณทีมงานหมอบรีฟ และโรงพยาบาลสัตว์เกษตรฯ ที่เป็นแกนกลางการนำส่งสิ่งของบริจาคจากทั่วทุกสารทิศครับ

🩵โรงพยาบาลสัตว์หมอพลอย

โรคผิวหนังจากปรสิตภายนอก “เห็บ” ในสุนัข

เห็บไม่ได้แค่ทำให้หมาคันหรือผิวหนังแดงเท่านั้นนะ! 🩹 การกัดของเห็บสามารถทำให้เกิด ตุ่มแดง (papule), สะเก็ดแดง (crust), แผลบุ๋มหลังเห็บหลุด (crater lesion) และผิวหนังอักเสบคันมาก ๆ ได้

นอกจากนี้ เห็บยังเป็นพาหะนำโรคหลายชนิดที่ส่งผลต่อผิวหนังหรือร่างกาย เช่น

• Ehrlichiosis → ทำให้เกิดเส้นเลือดอักเสบ, ผื่น, เลือดออกใต้ผิวหนัง

• Babesia / Anaplasma → อาจมีผื่นร่วมกับอาการซีด เหนื่อยง่าย

💊 การรักษา

• ถอนเห็บออกอย่างระมัดระวัง

• ยากำจัดเห็บ/หมัดตามแพทย์สั่ง

• รักษาการติดเชื้อแทรกซ้อนด้วยยาปฏิชีวนะถ้ามีหนองหรือแผลติดเชื้อ

•ในบางเคส ใช้ยาลดอักเสบหรือสเตียรอยด์สั้น ๆ หากผิวหนังอักเสบรุนแรง

🛡 การป้องกัน

• ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บ/หมัดเป็นประจำ (แบบกิน/หยด)

• ตรวจร่างกายสุนัขบ่อย ๆ โดยเฉพาะบริเวณหู คอ ขาหนีบ

• รักษาความสะอาดพื้นที่อยู่ของสุนัข

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

Bilateral Sacroiliac Luxation with Sacrococcygeal Avulsion ในแมว

อุบัติเหตุรถชนเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บบริเวณกระดูกเชิงกรานของแมว โดยเฉพาะ sacroiliac (SI) luxation ซึ่งเป็นการที่ปีกกระดูก ilium หลุดออกจากกระดูก sacrum ทำให้เสียความมั่นคงของ pelvic girdle อย่างรุนแรง และหากมีแรงดึงบริเวณโคนหางร่วมด้วย อาจเกิด sacrococcygeal avulsion ทำให้หางตกและขาดการรับความรู้สึกได้

—————————————————–

🐾 เคสน้องน้ำตาล

แมวถูกรถชน มาด้วย

• ไม่ลงน้ำหนักหลังทั้งสองข้าง (non–weight bearing)

• เจ็บเมื่อคลำบริเวณเชิงกราน

• หางตก ไม่ขยับ และไม่มี deep pain

ทำ X-ray พบว่า

• Sacroiliac luxation ทั้งสองข้าง (bilateral SI luxation)

💚แนวทางการรักษา

• ผ่าตัดตรึงกระดูกด้วย iliosacral lag screw fixation ทั้งสองข้าง

• ทำ caudectomy (tail amputation) เนื่องจากหางไม่มี deep pain และเป็นภาระการดูแล

• ให้การรักษาร่วม: ยาลดปวด–ลดอักเสบ ยาปฏิชีวนะ สารน้ำ และพักฟื้นในกรง

หลังผ่าตัดน้องฟื้นตัวดี สามารถเริ่มลงน้ำหนักได้มากขึ้นตามลำดับ

—————————————————–

🦴 ทำไม SI luxation ถึงต้องผ่า?

Pelvic girdle = โครงสร้างรับน้ำหนักหลัก

ถ้า SI joint หลุด → แรงที่ส่งจากขาหลังไปสู่กระดูกสันหลังจะ “ขาดตอน” ทำให้:

• เดินไม่ได้ เจ็บมาก

• เกิด pelvic canal narrowing ถ้าปล่อยไว้อาจกระทบการถ่ายอุจจาระ

• เสี่ยงต่อ nerve stretch (traction) บริเวณ lumbosacral area

ในราย bilateral (หลุดสองข้าง) การผ่าตัดจะช่วยให้

✔ ฟื้นตัวเร็วกว่า

✔ เดินได้ภายในสัปดาห์แรก ๆ

✔ ลดความเจ็บเรื้อรัง

✔ ลดโอกาส pelvic malalignment

—————————————————–

🔩 ทำไมถึงเลือกใช้ “Lag Screw Fixation”? ในเคสนี้

การตรึง SI joint มีหลายวิธี แต่ lag screw ถือเป็น gold standard ด้วยเหตุผล:

✔ 1. ให้ความมั่นคงสูง

✔ 2. ใช้เป็น compression fixation

✔ 3. อุปกรณ์น้อย ความเสี่ยงต่ำ

✔ 4. ใช้ได้แม้ SI หลุดสองข้าง

📌 หลังผ่าตัด (Post-op Care)

• ควรจำกัดบริเวณ 4–6 สัปดาห์

• ให้ทานยาลดปวด ลดอักเสบต่อเนื่อง

• วางแผนการทำกายภาพบำบัด

• โดยรวมการฟื้นตัวมักดีใน 6–12 สัปดาห์

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฏฏ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

นกป่วย ดูอย่างไร แบบไหน?

นกเป็นสัตว์ที่เก่งมากในการซ่อนอาการป่วย เพราะในธรรมชาติ การแสดงความอ่อนแอคือความเสี่ยงต่อการโดนล่า ดังนั้น… ถ้านกเริ่ม “ผิดปกติ” นิดเดียว! = อาจป่วยจริงจังแล้ว มาดูเช็คลิสต์ง่ายๆ ว่า “นกเราป่วยไหม?” กันครับ

🔍 1. พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง

• เงียบ ซึม ไม่ร้องเหมือนเดิม

• ไม่ค่อยมองรอบๆ หรือตอบสนองช้าลง

• หลับเยอะผิดปกติ เอาหัวซุกปีกเกินปกติ (เป็นอาการแรก ๆ ของโรคทางระบบ)

🍗 2. ความอยากอาหารลดลง / น้ำหนักลด

นกน้ำหนักลดเร็วมาก โดยเฉพาะนกเล็ก ให้จับกระดูกอกตรวจทุกสัปดาห์ ถ้าคลำแล้วกระดูกสันอกแหลม = ผอมแล้วนะคะ หรือถ้ากินได้ แต่ผอมลง = อาจมีปัญหาการดูดซึม, ปรสิต, โรคตับ โรคไต

💩 3. อุจจาระเปลี่ยนไป

ปกติอึนกมี 3 ส่วน:

• Feces (เนื้ออึ)

• Urates (สีขาว)

• Urine (ใส)

อันตรายถ้าเห็น:

• สีเขียวสด (liver)

• สีดำ (melena)

• ขาวคลุ้งน้ำเยอะ (โรคไต/เครียด)

• มีเมือก มีก้อน มีเลือด

🪶 4. ขนหยาบ ขนตั้ง ขนพอง

ขนนกป่วยจะเป็นแบบ:

• ขนไม่เรียบ สีหม่น

• กางขนเพื่อเก็บความร้อน (คือมีไข้หรืออ่อนแรง)

🫁 5. หายใจผิดปกติ

• อ้าปากหายใจ

• หายใจมีเสียง “คลิก” / เสียงหวีด

• หางกระดกตามลมหายใจ (tail bobbing) — สำคัญมาก! โรคที่เจอบ่อยมักเป็นโรคติดเชื้อเช่น Mycoplasma, Aspergillosis, Viral respiratory disease

👀 6. ตา-จมูกมีน้ำ/บวม

• ตาแฉะ

• หนังตาบวม

• น้ำมูกเหนียวๆ

• มีเสียงนกชน้ำมูกเวลาหายใจ

มักอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ การอักเสบระบบหายใจ

🪳 7. อาหารตกค้างที่ปาก / crop abnormal

• Crop ไม่ยุบ (Crop stasis)

• มีกลิ่นเปรี้ยวจากปาก → ติดเชื้อรา

• อาเจียน/พ่นออก → ไม่ปกติเด็ดขาด

🦠 โรคที่พบบ่อยในนกเลี้ยง

• Chlamydia psittaci

• Aspergillosis

• Crop infection (Candida / bacterial)

• Parasites (Eimeria, Capillaria ฯลฯ)

• Nutritional deficiency โดยเฉพาะนกที่กินเมล็ดเป็นหลัก

• Trauma / ตกกรง / กระแทก

🆘 สัญญาณเตือนระดับ “พาไปโรงพยาบาลทันที”

• อ้าปากหายใจ

• อึมีเลือด

• ขนพองทั้งวัน

• หงอยไม่ยืนบนค perch

• ไม่กิน >12 ชั่วโมง

• ชัก กล้ามเนื้อกระตุก

🩺 แล้วต้องตรวจอะไรบ้าง? (ถ้าสงสัยป่วย)

• Physical exam

• X-ray (หายใจ, air sac, ไข่ค้าง)

• Fecal exam (parasites)

• Crop swab

• Blood test (CBC, liver, kidney)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องหมาปัสสาวะเป็นเลือด กะปริดกะปรอย… ต้องระวังอะไรบ้าง?

อาการปัสสาวะผิดปกติในสุนัข ไม่ว่าจะ ปัสสาวะปนเลือด ปัสสาวะบ่อยทีละนิด เบ่งนาน ร้องเวลาปัสสาวะ ล้วนเป็นสัญญาณว่าระบบทางเดินปัสสาวะกำลังมีปัญหา!

🩺 คุณหมอต้องแยกโรคอะไรบ้าง?

เบื้องต้นเราต้องแยกสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น

• กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) — ติดเชื้อแบคทีเรีย

• นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ/ท่อไต

• เนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ (พบได้น้อยแต่ต้องนึกถึง)

• โรคต่อมลูกหมากโตในตัวผู้สูงวัย

• ปัสสาวะคั่งจากสาเหตุทางระบบประสาท

• ภาวะกรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis)

• อุบัติเหตุบริเวณท้อง

—————————————————–

🐶 เคสน้องมาม่อน (ปอมน่ารักตัวหนึ่ง)

น้องมาด้วยอาการปัสสาวะผิดปกติ คุณหมอจึงตรวจจากภายนอกพบว่ากระเพาะปัสสาวะใหญ่

🔍 X-ray

• ไม่พบนิ่ว แต่ กระเพาะปัสสาวะค่อนข้างใหญ่กว่าปกติ → ทำให้สงสัยว่าอาจมีการอั้นหรืออักเสบที่ทำให้บีบตัวไม่ดี

🔦 Ultrasound

• พบผนังกระเพาะปัสสาวะหนา 0.81–0.88 ซม. → บ่งชี้ถึงภาวะ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)

• ส่งตรวจปัสสาวะโดยการเพาะเชื้อและดูความไวรับยา พบเชื้อ Proteus mirabilis ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่มักพบ

💊 รักษาอย่างไร?

• ให้ ยาปฏิชีวนะตามผลความไวต่อยา (culture & sensitivity)ร่วมกับ ยาลดอักเสบ + ยาบำรุงทางเดินปัสสาวะ

• ติดตามผลด้วย ultrasound ซ้ำ → ผนังลดลงเหลือ 0.13–0.20 ซม.

• ตอนนี้น้อง ปัสสาวะคล่อง ไม่เจ็บ ไม่ติดขัด และสีเหลืองใส

—————————————————–

❓ แล้วทำไมกระเพาะปัสสาวะอักเสบถึงเกิดขึ้นได้?

สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

🦠 1. การติดเชื้อแบคทีเรีย (เช่น Proteus, E. coli)

แบคทีเรียสามารถไต่ขึ้นจากท่อปัสสาวะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่าย โดยเฉพาะใน

• สุนัขเพศเมีย

• สุนัขที่เลียอวัยวะเพศบ่อย

• ภาวะภูมิคุ้มกันลดลง

• การอั้นฉี่นาน ๆ

💦 2. การดื่มน้ำน้อย → ปัสสาวะเข้ม → แบคทีเรียเพิ่มง่าย

🧱 3. Cystolith / นิ่ว

แม้ X-ray ไม่เจอ แต่บางชนิด (เช่น urate, cystine) ต้องดูด้วย ultrasound

🔄 4. ปัสสาวะคั่ง / bladder tone ลดลง

จากความเจ็บปวดหรือการอักเสบ ทำให้ปัสสาวะออกไม่หมด → เชื้อเติบโตง่าย

—————————————————–

🏡 คำแนะนำสำหรับเจ้าของน้องหมา

1. เพิ่มน้ำดื่มให้น้อง

• น้ำสะอาดตลอดเวลา

• สามารถเติมน้ำในอาหารเม็ดให้ซุปหมาเจือจางได้

• ช่วยให้ปัสสาวะใส ลดโอกาสเกิดนิ่วและการติดเชื้อ

2. ห้ามอั้นปัสสาวะ

• พาน้องออกไปขับถ่ายให้บ่อยขึ้น

• ถ้าเจ้าของทำงานนาน แนะนำแผ่นฉี่/หาคนพาออก

3. ดูแลความสะอาดอวัยวะเพศ

• ช่วยลดการเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะของแบคทีเรีย

4. เลือกอาหารที่ช่วยระบบทางเดินปัสสาวะ

• เช่นสูตร urinary care, low mineral, ลดการเกิดนิ่วบางชนิด

5. ตรวจปัสสาวะและอัลตราซาวนด์ติดตาม

• โรคนี้ กลับเป็นซ้ำได้ การติดตามช่วยป้องกันการเรื้อรังและตรวจหานิ่วเล็ก ๆ ที่อาจเพิ่งเริ่มก่อตัว

6. กินยาครบตามที่คุณหมอสั่ง

• การหยุดยาฆ่าเชื้อก่อนกำหนด → เชื้อไม่ตาย → ดื้อยา → อาการกลับมาได้

อัลตราซาวน์/เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

OVH – Ovariohysterectomy การผ่าตัดทำหมันแมวเพศเมีย เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าในระยะยาว

วันนี้มีเคสน้องแมวสีขาวตัวหนึ่งที่เจ้าของเป็นห่วงมาก เพราะน้องเป็นแมวเลี้ยงปล่อย และเริ่มกังวลว่าถ้าตั้งท้องบ่อยจะเสี่ยงทั้งต่อสุขภาพน้องเองและทำให้จำนวนประชากรแมวเพิ่มขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ จึงพาน้องมาทำ ผ่าตัดทำหมันแบบ OVH (Ovariohysterectomy) ซึ่งเป็นการผ่าตัดนำรังไข่และมดลูกออกทั้งหมด

—————————————————–

🩺 ขั้นตอนก่อนผ่าตัด

ก่อนผ่าตัด น้องต้อง งดอาหาร ตามระยะเวลาที่เหมาะสม และใช้ ยาสลบควบคุมด้วยมอนิเตอร์สัญญาณชีพ เพื่อให้ปลอดภัยที่สุดตลอดการผ่าตัด

🛡️ การผ่าตัดที่ต้องใช้ Sterile Technique

ทุกขั้นตอนทำภายใต้ เทคนิคปลอดเชื้อ (Sterile technique) เพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อน/ระหว่าง/หลังผ่า ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมผิวหนัง เครื่องมือผ่าตัด หรือการทำแผล ล้วนสำคัญมากสำหรับน้องแมวทุกตัว

🤍 เคสของ “น้องสีขาว”

น้องสีขาวตัวนี้ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยและฟื้นตัวเร็วมากครับ

หลังผ่าเพียง 2 ชั่วโมง ก็เริ่มลืมตา ตอบสนองดี และพร้อมกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เจ้าของสบายใจขึ้นเยอะ เพราะนอกจากช่วยลดความเสี่ยงการตั้งท้องไม่พึงประสงค์แล้ว การทำหมันยังช่วยลดโรคปลายทาง เช่น

✨ เนื้องอกมดลูก

✨ Pyometra (มดลูกเป็นหนอง)

✨ อาการติดสัตว์ที่ทำให้เครียดและเสี่ยงออกนอกบ้าน

—————————————————–

💗 ทำหมัน = ป้องกันปัญหาใหญ่ให้แมวของคุณ

การผ่าตัดเล็ก ๆ แค่ครั้งเดียว แต่ช่วยให้น้องแมวมีสุขภาพดีขึ้น และลดความเสี่ยงโรคที่อันตรายได้มากมายเลยครับ

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฏฏ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

TVT – เนื้องอกติดต่อทางเพศในสุนัข

โรคที่ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ “ส่งต่อกันได้”

วันนี้หมอเจอเคสน้องหมาชื่อน้ำตาล มาด้วยอาการ ปัสสาวะมีเลือดปน เจ็บบริเวณปลายอวัยวะเพศ ตรวจดูใกล้ ๆ พบว่า ผิวหนังบริเวณหุ้มปลายอวัยวะเพศมีรอยโรคแดงเป็นปุ่ม ๆ คล้ายดอกกะหล่ำ ซึ่งเป็นลักษณะที่เข้ากับ TVT (Transmissible Venereal Tumor) หรือ เนื้องอกติดต่อทางเพศในสุนัข

🧪 ปัสสาวะใสปกติ แต่เลือดออกจากรอยโรคที่ผิวหนัง → ชี้ว่าปัญหาอยู่ที่ก้อนเนื้องอก ไม่ใช่กระเพาะปัสสาวะ

—————————————————–

🔬 แล้ว TVT คืออะไร?

TVT เป็น เนื้องอกเพียงชนิดเดียวในสุนัขที่สามารถติดต่อได้โดยตรง ไม่ใช่เกิดจากการกลายพันธุ์ภายในตัวเอง แต่เกิดจาก “เซลล์เนื้องอกจากหมาตัวหนึ่ง หลุดมาติดในอีกตัวหนึ่ง”

📌 วิธีการติดต่อ

• การผสมพันธุ์

• เลีย/ดมอวัยวะเพศกัน

• แผลถลอก สัมผัสเยื่อเมือก

• เจอในสุนัขที่ชอบเที่ยว ออกนอกบ้าน ไม่ทำหมัน

📸 ภาพเซลล์ยืนยันโรค

หมอได้ทำ Cytology จากรอยโรค แล้วพบว่า:

• มี เซลล์ TVT ลักษณะจำเพาะ (round cell tumor)

• พบ เม็ดเลือดขาวกำลังกินแบคทีเรียแท่ง (rod-shaped bacteria) → บ่งบอกว่ามีการติดเชื้อร่วมด้วย

การติดเชื้อนี้เองที่ทำให้เลือดออกง่ายและเจ็บมากขึ้น

💉 การรักษา

การรักษาหลัก = เคมีบำบัดฉีดเข้าหลอดเลือด สัปดาห์ละครั้ง ส่วนมากตอบสนองดีมาก ก้อนยุบใน 3–6 สัปดาห์

และถ้ามีติดเชื้อแทรกซ้อน → ให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย

⚠️ ต้องมาฉีดครบตามรอบ ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ

🐶 ทำยังไงให้ไม่เป็นอีก?

• ทำหมัน

• เลี่ยงพาน้องไปผสมพันธุ์โดยไม่จำเป็น

• ดูแลไม่ให้ออกไปเที่ยวกับหมาจร

• เห็นเลือดออกบริเวณอวัยวะเพศ → ควรพามาตรวจทันที

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

หมากินเบ็ด–กินตะปู อันตรายแค่ไหน?

สิ่งแหลมคม เช่น ตะปู เศษลวด เบ็ดตกปลา เป็นของต้องห้ามสุด ๆ สำหรับน้องหมา เพราะมันสามารถ

• ทิ่มทะลุตั้งแต่ปาก หลอดอาหาร กระเพาะ ไปจนถึงลำไส้

• ทำให้ อักเสบ บาดเจ็บ เลือดออกภายใน

• หากเป็นเบ็ด (มีเงี่ยง) จะ เกี่ยวเนื้อจนดึงย้อนออกไม่ได้

•เสี่ยง ทะลุลำไส้ → เยื่อบุช่องท้องอักเสบ (peritonitis) รุนแรงถึงชีวิต

—————————————————–

🐾 เคสจริงที่ยากกว่าที่คิด…

มีน้องหมาตัวหนึ่งถูกพามาด่วน เพราะ เจ้าของเห็นว่าน้องกินเบ็ดเข้าไป แถมยังมี สายเอ็นโผล่ออกมาจากปาก คุณหมอเห็นแล้วแบบ…โอเค อย่างน้อยยังพอจับจุดได้

แต่พอ X-ray ปุ๊บ

→ หัวใจหล่นวูบเลยครับ เพราะนอกจากเบ็ดแล้ว ในภาพยังเห็น ตะปูอยู่ในลำไส้อีกด้วย

เลยเริ่มภารกิจช่วยชีวิตทันที

1. ลองส่องกล้อง (endoscopy) เข้าไปคีบตะปู

แต่ตำแหน่งยากมาก ไม่เจอชัด

2. จึงใช้ Fluoroscopy ช่วยนำทางตำแหน่ง จนพบว่าเศษโลหะหนึ่งชิ้น ซ่อนอยู่ที่ส่วนปลายหลอดอาหาร–ต้นกระเพาะอาหาร

3. ปัญหาคือ… มันติดแน่น ดึงออกทางปากไม่ได้

ดึงแรงมีสิทธิ์ทะลุและอันตรายถึงชีวิต

สุดท้ายเลยต้อง

👉 ตัดสินใจผ่าตัดเปิดช่องท้อง และผ่าเข้ากระเพาะอาหาร (gastrotomy) ถึงจะนำของแหลมทั้งหมดออกมาได้สำเร็จ

น้องปลอดภัย หายดี และกลับบ้านไปกอดเจ้าของแน่น ๆ 🧡

—————————————————–

🐾 อาการที่มักเจอ

• น้ำลายไหลมาก เจ็บปาก

• อาเจียน / พยายามอาเจียน

• เจ็บท้อง เดินหลังโก่ง

• ซึม เบื่ออาหาร

• อุจจาระมีเลือด (อาจมีก็ได้ ไม่มีก็ได้)

• บางตัวไม่แสดงอาการ แต่ ของคมยังอยู่ในท้อง

📌 ทำไม “ห้ามดึงเองเด็ดขาด” หากเป็นเบ็ด

เพราะ เงี่ยงเบ็ดจะเกี่ยวเนื้อแน่นกว่าเดิม ดึงออกเองอา ทำให้กระชากเนื้อทะลุ เลือดออก และหลุดลึกขึ้นไปอีก ควรให้สัตวแพทย์ทำการดมยาสลบ / X-ray ก่อน และใช้เทคนิคเฉพาะในการดึง

🏥 การรักษาทั่วไปทำยังไง?

1. เอกซเรย์ ดูตำแหน่งตะปูหรือเบ็ด

2. ถ้าอยู่ในกระเพาะและปลายคมยังไม่ทะลุ → ส่องกล้องเอาออกได้

3. ถ้าทะลุเนื้อ หรือลงลำไส้แล้ว → ต้องผ่าตัดเปิดช่องท้องเอาออก

4. ให้ยาปฏิชีวนะ กันติดเชื้อ + แก้อักเสบ + ให้น้ำเกลือ

5. เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น เยื่อบุช่องท้องอักเสบ, ลำไส้ทะลุ

🚨 สิ่งที่เจ้าของต้องทำเมื่อสงสัยว่าหมากินของคม

• รีบพามาโรงพยาบาลสัตว์ทันที

• ห้ามป้อนน้ำ ห้ามป้อนอาหาร

• ห้ามพยายามทำให้อาเจียนเอง (เสี่ยงบาดเจ็บมากขึ้น)

• ถ้าเป็นเบ็ดและเชือกยังโผล่ออกมา → จับปลายเชือกเอาไว้ ห้ามดึง

💡 ป้องกันยังไงดี?

• ไม่ทิ้งเศษตะปู ลวด ลิ้นชักงานช่างให้เกลื่อน

• งดเล่นของแหลม ของโลหะ

• ถ้าพาน้องไปทะเล/บ่อปลา ระวังซากเบ็ด–ตะขอที่หล่นอยู่

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฏฏ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)