FIC (Feline Idiopathic Cystitis) เมื่อความเครียดทำให้น้องแมว “ฉี่ไม่ออก”

น้องมิกกี้มาด้วยอาการ ปัสสาวะลำบาก เบ่งถี่ กะปริดกะปรอย ปัสสาวะไม่ออก ทำการสวนท่อปัสสาวะร่วมกับการกินยาจนกว่าปัสสาวะจะกลับมาใสปกติ

FIC คือ ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ “ที่ไม่พบสาเหตุชัดเจน” ไม่ได้เกิดจากนิ่วหรือการติดเชื้อโดยตรง แต่ความเครียด เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ

🔎 การวินิจฉัยต้อง “ตัดสาเหตุอื่นออกก่อน”

✔️ ตรวจเลือด / ตรวจปัสสาวะ

✔️ เอกซเรย์

✔️ อัลตราซาวด์

เมื่อไม่พบก้อนนิ่วหรือการติดเชื้อ จึงพิจารณาเป็น FIC

💊 แนวทางรักษา

• ควบคุมอาการอักเสบและความเจ็บปวด

• เพิ่มน้ำในอาหาร

• ลดความเครียด ปรับสิ่งแวดล้อม

• หากปัสสาวะอุดตัน = ภาวะฉุกเฉิน ต้องสวนปัสสาวะทันที

ในรายที่เป็นซ้ำบ่อยและอุดตันเรื้อรัง อาจพิจารณาผ่าตัดเปิดท่อปัสสาวะ (Urethrostomy)

⚠️ หากน้องแมวเข้าห้องน้ำบ่อย แต่ปัสสาวะไม่ออก หรือออกนิดเดียว อย่ารอดูอาการเอง เพราะการอุดตันสามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ภายใน 24 ชม.

วินิจฉัย: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

อากาศร้อนแบบนี้ ระวัง ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ในสัตว์เลี้ยงกันด้วยนะ

สังเกตอาการเตือน:

▪️ หอบแรงผิดปกติ

▪️ ตัวร้อนจัด

▪️ เหงือกแดงเข้ม

▪️ น้ำลายเหนียว/ไหลมาก

▪️ เดินเซ อ่อนแรง

ช่วยเหลือเบื้องต้น:

✅ พาเข้าที่ร่ม อากาศถ่ายเท

✅ ใช้น้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตัว

✅ เปิดพัดลมช่วยระบายความร้อน

❌ ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด

ถ้าซึม หมดสติ หรืออาการไม่ดีขึ้น รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที 🚨

ด้วยความห่วงใยจากโรงพยาบาลสัตว์หมอพลอย 💙

Endoscopy เอาเบ็ดออกอย่างแม่นยำ

เคสนี้น้องตังตังเผลอกิน “เบ็ดตกปลา” เข้าไป วัตถุมีคมและมีเงี่ยง เสี่ยงต่อการเกี่ยวผนังกระเพาะและทะลุได้

🔎 ขั้นตอนการรักษาครั้งนี้เราใช้เทคนิคผสมผสาน

📌 1. X-ray ประเมินตำแหน่งเบื้องต้นดูว่าเบ็ดอยู่บริเวณกระเพาะส่วนใด และประเมินความเสี่ยงการทะลุ

📌 2. วางยาสลบอย่างปลอดภัย และตรวจเลือดทุกครั้งเพื่อประเมินการสางยาสลบ

📌 3. ส่องกล้อง (Endoscopy) ใช้กล้องเข้าไปมองเห็นตำแหน่งจริงภายในกระเพาะ และคีบเบ็ดออกมา

📌 4. ใช้ Fluoroscopy ควบคู่ระหว่างทำหัตถการ

เป็น X-ray แบบ real-time ช่วยให้เราเห็น “ตำแหน่งปลายกล้องและอุปกรณ์คีบ” ตลอดเวลา ลดความเสี่ยงการเกี่ยวผนังกระเพาะ และช่วยกำหนดทิศทางการดึงเบ็ดออกอย่างแม่นยำ

✨ ผลลัพธ์ นำเบ็ดออกได้สำเร็จ ไม่ต้องผ่าตัด ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อให้น้อยที่สุด ฟื้นตัวไว

เคสวัตถุมีคมแบบนี้ การมี fluoroscopic guidance ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อวัตถุมีเงี่ยงหรือฝังตัวบางส่วน หากสัตว์เลี้ยงกินของมีคม อย่ารอดูอาการ

รีบพบสัตวแพทย์ทันที เพราะถ้าทะลุขึ้นมา การรักษาจะซับซ้อนกว่ามาก

ส่องกล้องและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

โรคหัวใจในแมว…ภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

แมวหลายตัวดูปกติดี วิ่งเล่น กินอาหารได้

แต่ความจริง “หัวใจ” อาจเริ่มมีปัญหาแล้วโดยที่เราไม่รู้

💡 ความยากของโรคหัวใจในแมว คือ

อาการภายนอกกับความผิดปกติภายใน มักไม่สัมพันธ์กัน

กว่าจะแสดงอาการชัดเจน บางครั้งโรคอาจเข้าสู่ระยะอันตรายแล้ว

🩺 ตรวจอย่างไรถึงจะรู้?

การฟังเสียงหัวใจอย่างเดียวอาจไม่พอ สัตวแพทย์อาจพิจารณาเพิ่มเติม เช่น

• ตรวจร่างกาย + X-ray

• อัลตราซาวด์หัวใจ (Echo)

• ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)

• CT scan ในบางกรณีที่ซับซ้อน

เพื่อตรวจดูโครงสร้าง การบีบตัว และจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างละเอียด

🧬 โรคหัวใจในแมว แบ่งหลัก ๆ ได้ 2 กลุ่ม

1️⃣ โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด (Congenital)

เกิดจากโครงสร้างหัวใจผิดปกติตั้งแต่พัฒนาการในครรภ์

เช่น ผนังกั้นหัวใจรั่ว (Septal defects)

2️⃣ โรคที่เกิดภายหลัง (Acquired)

พบบ่อยที่สุดคือ

🐾 โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว (HCM)

ซึ่งเป็นโรคหัวใจที่พบมากที่สุดในแมว และต้องติดตามใกล้ชิด

📌 สิ่งสำคัญคือ “แมวไม่ค่อยบอกว่าเหนื่อย”

บางตัวไม่มีเสียงฟู่ ไม่มีอาการใด ๆ แต่ตรวจเจอหัวใจหนาผิดปกติจากการทำ Echo

ถ้าแมวมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที

• หายใจเร็ว/หอบ

• ซึมลงเฉียบพลัน

• ขาหลังอ่อนแรงกะทันหัน

• หมดสติ

หัวใจ…เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ตรวจเร็ว รู้เร็ว วางแผนดูแลได้ทัน

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องอั่งเปากับไรในหู (Ear mite)

น้องอั่งเปามาด้วยอาการคันหู ตรวจในช่องหูพบขี้หูสีดำคล้ายกากกาแฟ ส่องกล้องจุลทรรศน์เจอตัวการชัดเจน — “ไรในหู (Ear mite)”

🦠 ไรในหูเป็นปรสิตขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในช่องหู ติดต่อได้ง่ายมากผ่านการสัมผัสใกล้ชิด โดยเฉพาะลูกแมวหรือแมวที่อยู่รวมกันหลายตัว

📌 อาการที่พบบ่อย

• คันหูมาก เกาบ่อย

• สะบัดหัว

• มีขี้หูสีดำเข้ม

• บางรายอาจอักเสบรุนแรงจนเกิดแผลในช่องหู

⏳ วงจรชีวิตประมาณ 3 สัปดาห์ ดังนั้นการรักษาต้อง “ครบระยะ” เพื่อกำจัดทั้งตัวเต็มวัยและไข่

💊 แนวทางการรักษา

• ทำความสะอาดหูอย่างถูกวิธี

• ใช้ยาหยอดกำจัดปรสิตตามคำแนะนำสัตวแพทย์

• ในบ้านที่มีหลายตัว ควรรักษาพร้อมกัน

• ป้องกันซ้ำด้วยยาป้องกันปรสิตรายเดือน

แม้จะดูเป็นโรคเล็กๆ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อาจลุกลามเป็นหูอักเสบเรื้อรังได้ ใครเห็นน้องเกาหูบ่อย อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ พามาตรวจเร็ว รักษาง่าย หายไวกว่าเยอะ 🩺💚

วินิจฉัย: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องมีบุญเป็นภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง ร่วมกับตับอ่อนอักเสบ (Feline triaditis)

🩵น้องมาด้วยอาเจียนต่อเนื่องหลายวัน กินยาแล้วไม่ดีขึ้นอัลตราซาวนด์พบว่าลำไส้หนาผิดปกติ ต่อมน้ำเหลืองโต และมีช่วงหนึ่งเหมือนลำไส้กลืนกัน (intussusception) จึงตัดสินใจผ่าตัดสำรวจช่องท้อง

🧑🏻‍⚕️แต่พอเปิดเข้าไป… ลำไส้ที่กลืนกัน คลายตัวเองแล้ว ซึ่งภาวะแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในแมวที่ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ทำให้การบีบตัวของลำไส้ผิดจังหวะชั่วคราว

🤍ส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ ร่วมกับค่าผลเลือดสรุปว่า

• ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)

• ตับอ่อนอักเสบ

• มีการตอบสนองของตับและต่อมน้ำเหลือง

ทั้งหมดนี้เรียกรวมว่า Feline triaditis ซึ่งพบได้ในแมว เพราะทางเดินน้ำดีและตับอ่อนเชื่อมกับลำไส้ใกล้กันมาก ทำให้อักเสบพ่วงกันได้

🩺 แผนการรักษา

1️⃣ เริ่มจากการปรับอาหารก่อน

ใช้อาหารสูตรโปรตีนใหม่หรือโปรตีนย่อยง่ายแบบเคร่งครัด 6–8 สัปดาห์ ห้ามมีอย่างอื่นปน หลายเคสดีขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้ยากดภูมิ

2️⃣ ให้ยาประคับประคอง

ลดอาเจียน ดูแลทางเดินอาหารตามความจำเป็ร

3️⃣ ถ้าไม่ตอบสนองต่ออาหาร

ค่อยพิจารณา ยากดภูมิ (เช่น prednisolone) เพื่อลดการอักเสบของลำไส้

💬 เคสนี้คาดว่า “ลำไส้อักเสบเรื้อรัง” เป็นสาเหตุหลัก

ส่วนลำไส้กลืนกันน่าจะเกิดจากการบีบตัวที่ผิดปกติ และคลายตัวเองได้ทันก่อนเกิดการอุดตันถาวร โรคนี้ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอในการรักษา แต่ถ้าควบคุมได้ น้องสามารถใช้ชีวิตปกติได้ ❤️

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

วินิจฉัย/เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องดำประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรง กระดูกเชิงกรานเคลื่อนทั้งสองข้าง (Both sacroiliac luxation) ร่วมกับภาวะไส้เลื่อนช่องท้อง (Abdominal herniation)

ก่อนผ่าตัด น้องดำมาที่รพส.ด้วยอาการ

• ขาหลังอ่อนแรง

• เจ็บเมื่อจับบริเวณเชิงกราน

• ผนังช่องท้องฉีกขาด ทำให้อวัยวะภายในเคลื่อนออกจากตำแหน่งปกติ

แนวทางการรักษา

✔️ ผ่าตัดจัดกระดูกด้วย Trans-iliac pin placement ร่วมกับ lag screw fixation

✔️ ซ่อมแซมผนังช่องท้อง (Abdominal hernia repair)

การบาดเจ็บลักษณะนี้ หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อระบบประสาท การขับถ่าย และคุณภาพชีวิตระยะยาว

หลังผ่าตัด วางแผนทำกายภาพบำบัดเป็นลำดับ ควบคุมความเจ็บปวดอย่างใกล้ชิด ติดตามภาพรังสีประเมินการยึดติดของกระดูก

อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้เสมอ แต่การวินิจฉัยที่แม่นยำและการผ่าตัดที่เหมาะสม ช่วยให้เขากลับมายืนได้อีกครั้ง 🐾

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องมีบุญเป็นภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง ร่วมกับตับอ่อนอักเสบ (Feline triaditis)

🩵น้องมาด้วยอาเจียนต่อเนื่องหลายวัน กินยาแล้วไม่ดีขึ้นอัลตราซาวนด์พบว่าลำไส้หนาผิดปกติ ต่อมน้ำเหลืองโต และมีช่วงหนึ่งเหมือนลำไส้กลืนกัน (intussusception) จึงตัดสินใจผ่าตัดสำรวจช่องท้อง

🧑🏻‍⚕️แต่พอเปิดเข้าไป… ลำไส้ที่กลืนกัน คลายตัวเองแล้ว ซึ่งภาวะแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในแมวที่ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ทำให้การบีบตัวของลำไส้ผิดจังหวะชั่วคราว

🤍ส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ ร่วมกับค่าผลเลือดสรุปว่า

• ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)

• ตับอ่อนอักเสบ

• มีการตอบสนองของตับและต่อมน้ำเหลือง

ทั้งหมดนี้เรียกรวมว่า Feline triaditis ซึ่งพบได้ในแมว เพราะทางเดินน้ำดีและตับอ่อนเชื่อมกับลำไส้ใกล้กันมาก ทำให้อักเสบพ่วงกันได้

🩺 แผนการรักษา

1️⃣ เริ่มจากการปรับอาหารก่อน

ใช้อาหารสูตรโปรตีนใหม่หรือโปรตีนย่อยง่ายแบบเคร่งครัด 6–8 สัปดาห์ ห้ามมีอย่างอื่นปน หลายเคสดีขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้ยากดภูมิ

2️⃣ ให้ยาประคับประคอง

ลดอาเจียน ดูแลทางเดินอาหารตามความจำเป็ร

3️⃣ ถ้าไม่ตอบสนองต่ออาหาร

ค่อยพิจารณา ยากดภูมิ (เช่น prednisolone) เพื่อลดการอักเสบของลำไส้

💬 เคสนี้คาดว่า “ลำไส้อักเสบเรื้อรัง” เป็นสาเหตุหลัก

ส่วนลำไส้กลืนกันน่าจะเกิดจากการบีบตัวที่ผิดปกติ และคลายตัวเองได้ทันก่อนเกิดการอุดตันถาวร โรคนี้ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอในการรักษา แต่ถ้าควบคุมได้ น้องสามารถใช้ชีวิตปกติได้ ❤️

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

วินิจฉัย/เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้ำในช่องอก (Pleural Effusion)

น้องบังเอิญ หายใจลำบาก ตรวจพบก้อนและน้ำในช่องอก

อาการที่พบ

• หายใจเร็ว หายใจลำบาก

• ทรวงอกขยายไม่ดี ฟังปอดเสียงเบา

• X-ray พบ opacity ทั้งช่องอก

• เจาะน้ำออกได้ 150 mL (ถือว่าปริมาณมากในแมว)

เคสแบบนี้ “ถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน” ต้องรีบระบายของเหลวเพื่อให้ปอดขยายก่อน แล้วค่อยหาสาเหตุไม่ใช่โรค แต่เป็นผลจากโรคอื่น

ความเป็นไปได้หลัก ๆ คือ

1️⃣ มะเร็ง (Neoplasia) — พบบ่อยในแมวโต

โดยเฉพาะ Mediastinal lymphoma มีก้อนหน้าช่องอก กดปอด ทำให้เกิดน้ำ มักตอบสนองต่อเคมีบำบัดถ้าวินิจฉัยเร็ว

2️⃣ FIP (wet form) พบบ่อยในแมวอายุน้อย

3️⃣ Pyothorax (หนองในช่องอก) มักมีไข้ ซึม

4️⃣ Chylothorax เกิดจากท่อน้ำเหลืองรั่ว หรือถูกก้อนกดทับ

5️⃣ โรคหัวใจ หัวใจโต ความดันในปอดสูง ทำให้ของเหลวรั่วออกมา

6️⃣ โปรตีนในเลือดต่ำ ทำให้เกิดน้ำใสสะสม

สรุป

สิ่งที่ต้องทำคือ

✔️ ระบายน้ำช่วยชีวิตก่อน

✔️ ตรวจวิเคราะห์น้ำ

✔️ หาสาเหตุและรักษาที่ต้นเหตุ

วินิจฉัย/เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เคสน้องช็อคโก้ กับภาวะ Aural Hematoma (เลือดคั่งในใบหู)

น้องช็อคโก้มีอาการใบหูบวมพองข้างเดียว จับแล้วเจ็บ ใบหูหนา แข็ง และย่นผิดรูป คลำแล้วรู้สึกเหมือนมีน้ำอยู่ข้างใน อุ่นกว่าปกติ คุณหมอตรวจพบว่าเป็น Aural hematoma หรือภาวะเลือดคั่งในใบหู

🔎 สาเหตุเกิดจากอะไร?

ภาวะนี้ไม่ได้เป็นโรคต้นเหตุโดยตรง แต่เกิดจาก

• การสั่นศีรษะแรง ๆ

• การเกา/สะบัดหูบ่อย

• การกระแทก

ซึ่งมักมีสาเหตุพื้นฐานมาจาก

✔ หูอักเสบ

✔ ภูมิแพ้ผิวหนัง

✔ การติดเชื้อยีสต์หรือแบคทีเรีย

✔ ไรหู

เมื่อมีการสั่นหรือกระแทกแรง ๆ เส้นเลือดเล็ก ๆ ในใบหูจะแตก ทำให้เลือดคั่งอยู่ระหว่างชั้นผิวหนังกับกระดูกอ่อน จึงทำให้หูบวมพองแบบนี้

🩺 การรักษา

เคสนี้จำเป็นต้องวางยาสลบเพื่อผ่าตัดระบายเลือด และเย็บซ่อมใบหู (Surgical drainage and repair) เพื่อป้องกันการกลับมาคั่งซ้ำและลดความเสี่ยงหูย่นถาวร

⚠ สำคัญมาก

ถึงแม้ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว หาก “สาเหตุหลัก” เช่น ภูมิแพ้หรือหูอักเสบ ยังไม่ได้รับการควบคุม ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ทั้งข้างเดิมหรืออีกข้างหนึ่ง

ดังนั้นหลังผ่าตัด การดูแลหูและควบคุมโรคต้นเหตุจึงสำคัญมาก ๆ 💙 ตอนนี้น้องช็อคโก้พักฟื้นเรียบร้อย ใส่คอลล่าร์กันเกา และนัดติดตามอาการต่อเนื่อง

วินิจฉัย/ผ่าตัด: น.สพ.ธนา ศรีสองเมือง (หมอโน๊ต)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)