ฮัลโลวีนนี้…ระวังให้ดี! ของ “น่ากลัว” สำหรับหมาแมว

วันฮัลโลวีนอาจจะเต็มไปด้วยความสนุก ขนม และการแต่งตัวแฟนซี แต่รู้ไหมครับว่ามีหลายอย่างที่ “อันตราย” สำหรับสัตว์เลี้ยงของเรา

👻 1. ขนมช็อกโกแลต

สาร theobromine และ caffeine ในนั้นเป็นพิษต่อสุนัขและแมว ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ อาเจียน หรือชักได้

🍬 2. ลูกอมและหมากฝรั่งไร้น้ำตาล

ส่วนผสมที่ชื่อว่า xylitol เป็นพิษต่อสุนัขอย่างรุนแรง ทำให้ตับวายและน้ำตาลในเลือดตก

🕯️ 3. เทียนและของตกแต่ง

แมวที่ชอบปีน หรือหมาที่ชอบดม อาจทำเทียนล้ม เกิดไฟไหม้ หรือกลืนเศษตกแต่ง เช่น พลาสติกหรือริบบิ้น

🧛‍♂️ 4. ชุดแฟนซีสัตว์เลี้ยง

แม้จะน่ารัก แต่ถ้าชุดแน่นไปหรือมีชิ้นส่วนเล็ก ๆ อาจทำให้น้องหายใจลำบากหรือกลืนติดคอได้ เลือกชุดที่สบายและไม่รัดตัวจนเกินไป

🏠 5. เสียงดังและคนแปลกหน้า

สุนัขบางตัวตกใจเสียงเคาะประตูหรือเสียงหัวเราะดัง ๆ ควรให้เขาอยู่ในห้องที่สงบ ปลอดภัย

💬 Tips จากคุณหมอ:

“ฮัลโลวีนสำหรับเราคือความสนุก แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงอาจเต็มไปด้วยความเครียดและอันตราย คอยสังเกตพฤติกรรม และเก็บของกินของตกแต่งให้พ้นมือน้อง ๆ เสมอครับ”

🎃 สุขสันต์วันฮัลโลวีนจากคุณหมอและทีมดูแลสัตว์เลี้ยงทุกตัว 💜

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

หนูตะเภา…เพื่อนตัวกลมเสียงจิ๊ดจ๊าดที่ใครก็หลงรัก!

หนูตะเภา (Guinea pig) เป็นสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กที่นิสัยอ่อนโยน ไม่กัดง่าย โตเต็มวัยจะหนักประมาณ 700–1200 กรัม (ตัวเมียมักใหญ่กว่าตัวผู้เล็กน้อย) อายุเฉลี่ย 5–7 ปี ถ้าดูแลดีสามารถอยู่ได้นานกว่านั้น

🥦 นิสัยและพฤติกรรม

หนูตะเภาเป็นสัตว์ขี้ตกใจแต่เชื่องไว ถ้าได้รับการสัมผัสอย่างอ่อนโยนจะไว้ใจเจ้าของมากขึ้น มักจะส่งเสียง “วี๊ดๆ” หรือ “คุยเบาๆ” เวลาเรียกหาเจ้าของหรือขออาหาร ฟังแล้วใจละลายแน่นอนครับ

🏡 การเลี้ยงดู

• ต้องมีกรงขนาดกว้าง ระบายอากาศดี ปูพื้นด้วยขี้เลื่อยไม้เนื้ออ่อนหรือแผ่นรองดูดซับ

• ให้อาหารเม็ดเฉพาะหนูตะเภา และหญ้าแห้ง (timothy hay) ตลอดเวลา

• เสริม วิตามินซีทุกวัน เพราะหนูตะเภาสร้างเองไม่ได้

• น้ำสะอาดต้องมีตลอด

💉 การดูแลสุขภาพ

• อาบน้ำหรือแปรงขนเป็นครั้งคราวตามสายพันธุ์

• ตัดเล็บสม่ำเสมอ

• ตรวจฟันและน้ำหนักเป็นระยะ เพราะฟันยาวง่าย

• ป้องกันเห็บหมัดได้ด้วย ยาหยดหลังสูตรเฉพาะสำหรับสัตว์เล็ก (ขนาดสำหรับหนูตะเภา) — ห้ามใช้ของแมวหรือหมาโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ เพราะอาจเป็นพิษได้! ⚠️

🐹 จำไว้ว่า หนูตะเภาอาจตัวเล็ก แต่หัวใจอบอุ่นมาก ถ้าให้ความรัก ความสะอาด และอาหารที่เหมาะสม เค้าจะตอบแทนด้วยเสียงร้องเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความสุขเลยครับ

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

การช่วยชีวิตสัตว์หลังคลอด: สิ่งที่เจ้าของควรรู้

หลังคลอดเป็นช่วงสำคัญสำหรับแม่และลูกสัตว์ ลูกอาจขาดอากาศหรืออ่อนแรง หากรู้วิธีช่วยเหลือเบื้องต้น จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ครับ

👃🏻1. ตรวจหายใจลูกสัตว์

เช็ดเมือกออกจากปากและจมูก ถูตัวบริเวณอกให้ลูกกระตุ้นหายใจ หากยังไม่หายใจ อาจเป่าลมเบาๆ สลับกับนวดอกประมาณ 1–2 นาที

🐶2. ดูแลแม่สัตว์

ตรวจว่ารกออกครบหรือไม่ ให้แม่พักในที่อุ่น สะอาด และสงบ เพื่อให้แม่ฟื้นและน้ำนมไหลดี

🔥3. รักษาอุณหภูมิของลูกสัตว์

ห่อผ้าสะอาดหรือวางขวดน้ำอุ่นข้างๆ ตัวลูก อย่าให้ร้อนเกินไป (ในสถานพยาบาลสัตว์จะมีตู้กกอุณหภูมิ ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่เหมาะสม)

🍼4. กระตุ้นให้ดูดนมเร็ว

น้ำนมแรกมีภูมิคุ้มกันสำคัญ ให้ลูกดูดนมภายใน 1–2 ชั่วโมง หากแม่ไม่ให้นม ให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อใช้นมทดแทน

🐱5. สังเกตอาการผิดปกติ

หากแม่มีไข้ ไม่กินอาหาร หรือปวดมาก ลูกตัวเย็น หายใจแรง ไม่ดูดนม รีบพบสัตวแพทย์ครับ

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

“Modified Perineal Urethrostomy” เปิดทางเดินปัสสาวะใหม่ให้น้องแมว ปัญหา “แมวเพศผู้ปัสสาวะไม่ออก” พบได้บ่อยมาก โดยโรคที่เรียกว่า FLUT disease (Feline Lower Urinary Tract Disease) เป็นหนึ่งในโรคระบบทางเดินปัสสาวะที่พบบ่อยที่สุดในแมวโต โดยพบได้ประมาณ 1–3% ของแมวที่มาพบสัตวแพทย์ต่อปี และในแมวที่เคยอุดตันแล้ว กว่า 30–50% อาจกลับมาอุดตันซ้ำภายใน 6–12 เดือน

🧠สาเหตุที่พบบ่อยคือ

– การอุดตันของ นิ่วหรือเศษผลึกในท่อปัสสาวะ

– การอักเสบของกระเพาะปัสสาวะ (Cystitis)

– การเกิด พังผืดหรือการตีบแคบของท่อปัสสาวะ หลังการอักเสบหรือใส่สายสวนบ่อย

ในเคสนี้ น้องแมวชิโน่มีอาการปัสสาวะไม่ออกมากกว่า 3 ครั้ง และเริ่มมีพังผืดบริเวณท่อปัสสาวะ ทำให้ใส่ท่อสวนได้ยาก คุณหมอจึงพิจารณาให้ทำการผ่าตัด Modified Perineal Urethrostomy เพื่อ “เปิดรูทางเดินปัสสาวะใหม่” บริเวณใต้ทวารหนักให้น้องสามารถขับปัสสาวะได้สะดวกขึ้น 🚿 หลังการผ่าตัดและพักฟื้นประมาณ 3–4 เดือน น้องกลับมาปัสสาวะได้ปกติ ไม่มีอาการอุดตันหรือเจ็บปัสสาวะอีก 💙

🔍 การวินิจฉัยก่อนการผ่าตัด

สัตวแพทย์จะตรวจโดยใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น

– คลำกระเพาะปัสสาวะและตรวจร่างกาย

– ตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) เพื่อดูค่าคริสตัล เม็ดเลือด หรือการติดเชื้อ

– อัลตราซาวด์/เอกซเรย์ เพื่อตรวจหานิ่ว

– ใส่สายสวนท่อปัสสาวะเพื่อตรวจการอุดตัน

หากพบว่าอุดตันซ้ำบ่อย ใส่สายสวนไม่ได้ หรือมีพังผืดปิดทางเดินปัสสาวะแล้ว 🩺

👉 การผ่าตัด Modified Perineal Urethrostomy จะช่วยเปิดทางใหม่ให้ปัสสาวะออกได้สะดวก และลดโอกาสเกิดการอุดตันซ้ำ

หลังผ่าตัด น้องควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น

– ป้องกันการเลียแผล (ใส่ปลอกคอ)

– ดูแลความสะอาดบริเวณก้นและท่อใหม่

– ควบคุมอาหารสูตรปัสสาวะ (urinary diet)

– ตรวจติดตามกับสัตวแพทย์ตามนัด

แม้การผ่าตัดจะช่วยให้ชีวิตน้องดีขึ้นมาก แต่เจ้าของก็ยังต้องดูแลเรื่องอาหารและสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง 💙

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฏฏ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

พยาธิในแมว…เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม!

หลายคนคิดว่า “เลี้ยงแมวในบ้านไม่น่ามีพยาธิ” แต่จริง ๆ แล้วแมวทุกตัว มีโอกาสติดพยาธิได้ จากอาหารดิบ หมัด หรือสัตว์พาหะรอบตัว

💩 อาการที่ควรสังเกต

• อาเจียน (บางทีมีตัวพยาธิออกมาด้วย)

• ถ่ายเหลว และอาจมีถ่ายเป็นตัว หรือเห็นปล้องขยับได้เหมือนเม็ดข้าวสาร

• พุงโตแต่ผอม ขนหยาบ ซีด

• เบื่ออาหาร หรือกินเยอะแต่ไม่อ้วน

• ลูกแมวมักโตช้า ติดพยาธิจากแม่ได้

⚠️ สาเหตุหลัก

• กินของดิบ หรือสัตว์พาหะ เช่น หนู จิ้งจก กบ

• กลืนหมัดขณะเลียขน → ติดพยาธิตัวตืด

• ติดจากแม่หรือน้ำนม

• สิ่งแวดล้อมไม่สะอาด มีไข่พยาธิ

💊 การรักษา

• ใช้ยาถ่ายพยาธิ

• ต้องเลือกยาตามชนิดพยาธิ และอาจต้องถ่ายซ้ำ

• ควบคุมหมัด เพราะหมัดเป็นพาหะของพยาธิตัวตืด

• ห้ามใช้ยามนุษย์ เพราะบางตัวเป็นพิษต่อแมว!

🛡️ การป้องกัน

• ถ่ายพยาธิเป็นประจำทุก 1–3 เดือน

• ควบคุมหมัดและงดอาหารดิบ

• เก็บอึแมวให้ถูกสุขลักษณะ

• ตรวจอุจจาระหรือตรวจสุขภาพประจำปี

🧫 พยาธิที่พบได้บ่อย

• พยาธิตัวกลม (Toxocara cati) → อ้วกออกมาเป็นเส้นยาว ๆ คล้ายสปาเกตตี้

• พยาธิตัวแบน (Dipylidium / Taenia) → ถ่ายออกมาเป็นเม็ดข้าวสารหรือปล้องขยับได้

• พยาธิปากขอ (Ancylostoma) → ถ่ายเหลว ปนเลือด ซีด น้ำหนักลด

เรียบเรียงและวินิจฉัย: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

“ขนร่วง คัน มีหมัด…อย่ามองข้าม หมัดไม่ใช่แค่ตัวดูดเลือด!”

หมัด (Fleas) เป็นปรสิตภายนอกที่พบได้บ่อยในแมว ทั้งในบ้านและแมวที่ออกไปข้างนอก แม้จะเห็นแค่ตัวเล็ก ๆ กระโดดไว ๆ แต่ผลกระทบของมันมีมากกว่าที่คิดครับ

🔹 1. คันและขนร่วงจากการแพ้น้ำลายหมัด (Flea Allergy Dermatitis)

แมวบางตัวมีอาการแพ้น้ำลายหมัด เมื่อถูกกัดเพียงไม่กี่ครั้งก็อาจเกิดอาการคันรุนแรง เกา ถู ขนร่วง โดยเฉพาะบริเวณโคนหาง หลัง หรือคอ ผิวหนังอักเสบเป็นสะเก็ด และถ้าปล่อยไว้นานอาจติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราแทรกซ้อนได้

🔹 2. หมัดเป็นพาหะของพยาธิและเชื้อโรคอื่น ๆ

หมัดสามารถดูดเลือดจากสัตว์หลายชนิด และนำเชื้อโรคต่าง ๆ มาสู่แมวได้ เช่น

• พยาธิตัวแบน Dipylidium caninum (ติดเมื่อแมวกินหมัดขณะเลียขน)

• เชื้อแบคทีเรีย Bartonella henselae ซึ่งเป็นสาเหตุของ “โรคแมวข่วน (Cat scratch disease)” ที่สามารถติดต่อสู่คนได้

• พยาธิเม็ดเลือดในแมว (Feline Hemoplasmosis) จากเชื้อ Mycoplasma spp. ซึ่งเกาะอยู่บนเม็ดเลือดแดง ทำให้เกิดอาการ ซึม เบื่ออาหาร เหงือกซีด โลหิตจาง โดยเฉพาะในแมวที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีโรคไวรัส FeLV/FIV ร่วมด้วย

🔹 3. ภาวะโลหิตจางในลูกแมว

หมัดจำนวนมากสามารถดูดเลือดจนลูกแมวเกิดภาวะโลหิตจางได้ โดยเฉพาะในลูกแมวอายุน้อยหรือแมวที่ร่างกายอ่อนแอ

🐾 อย่าลืม! ป้องกันไว้ดีกว่ารักษา

การหยอดหรือให้ยาป้องกันปรสิตเป็นประจำ ช่วยป้องกันได้ทั้งหมัด เห็บ และพยาธิภายในบางชนิด พร้อมลดความเสี่ยงของโรคผิวหนังและโรคเลือดที่มากับหมัด

📆 ควรให้เป็นประจำทุกเดือน ผลิตภัณฑ์มีหลายรูปแบบ เช่น ยาหยอดหลัง ยากิน หรือปลอกคอป้องกัน ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกแบบที่เหมาะกับน้องแมวของคุณนะครับ

เรียบเรียงและวินิจฉัย: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

การผ่าตัดทำหมันสุนัขเพศสำคัญอย่างไร?

การทำหมันสุนัขเพศผู้ (Castration/Neutering) คือการผ่าตัดเอาอัณฑะทั้งสองข้างออก เพื่อหยุดการผลิตฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) และยับยั้งการสืบพันธุ์ เป็นหนึ่งในวิธีดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงระยะยาวที่สัตวแพทย์ทั่วโลกแนะนำ เพราะช่วยลดปัญหาด้านพฤติกรรม โรคระบบสืบพันธุ์ และช่วยลดจำนวนสุนัขจรจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมสุนัขควรทำหมัน?

✅ ด้านสุขภาพ

• ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งอัณฑะ (เพราะตัดออกทั้งหมด)

• ลดปัญหา ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia – BPH) ในสุนัขอายุมาก

• ลดโอกาสเกิด ฝีหนองที่ต่อมลูกหมาก (Prostatitis) และ ถุงน้ำอสุจิ (Prostatic cyst)

• ลดปัญหา ไส้เลื่อนรอบทวาร (Perineal hernia) ที่พบบ่อยในสุนัขเพศผู้ที่มีฮอร์โมนเพศสูงเป็นเวลานาน

✅ ด้านพฤติกรรม

• ลดอาการก้าวร้าว แข่งขัน อาละวาด

• ลดการเห่าอาละวาดเมื่อได้กลิ่นสุนัขตัวเมียเป็นสัด

• ลดพฤติกรรม ฉี่ทำอาณาเขต ในบ้าน

• ลดการ หนีออกนอกบ้าน เพื่อไปตามหาตัวเมีย

• ลดการขึ้นคร่อมสิ่งของหรือคน

✅ ด้านสังคมและความปลอดภัย

• ลดการต่อสู้กับสุนัขตัวอื่น

• ลดความเสี่ยงถูกอุบัติเหตุจากการหนีไปผสมพันธุ์

• ช่วยลดจำนวนลูกสุนัขที่ไม่ได้ตั้งใจเลี้ยงหรือถูกทอดทิ้ง

💊 อายุที่เหมาะสมในการทำหมัน

โดยทั่วไป แนะนำให้ทำเมื่อ:

• สุนัขอายุ 6 เดือนขึ้นไป

• ช่วงก่อนเริ่มแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือชอบหนีจากฮอร์โมนเพศ

• สุนัขโตเต็มวัยหรือสูงอายุสามารถทำได้ แต่ควรตรวจสุขภาพก่อนอย่างเหมาะสม

🏥 การดูแลหลังผ่าตัด

• ใส่ปลอกคอกันเลีย (Elizabethan collar) 7–10 วัน

• ให้ยาปฏิชีวนะและยาแก้อักเสบตามสัตวแพทย์สั่ง

• งดอาบน้ำ 7 วัน

• ไม่ให้วิ่ง กระโดด เล่นแรง ๆ ช่วงพักฟื้น

• ดูแผลทุกวัน หากผิดปกติ ต้องพามาตรวจทันที

ผ่าตัด: น.สพ.ธารายุทธ นาศร (หมอจอม)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

การผ่าตัดกระดูกในสุนัขคืออะไร?

เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขกระดูกที่ หัก หลุด หรือผิดรูป ให้กลับมาใช้งานได้ใกล้เคียงปกติที่สุด เช่น ใส่ plate, screw, pin, หรือ wire เพื่อยึดกระดูกให้ติดกลับเข้าที่ 🏥เคสที่โรงพยาบาล

น้องโค้ก สุนัขจร มาด้วยการถูกรถชน นอนร้อง ไม่สามารถลุกยืนได้ คุณหมอตรวจร่างกายและเอ็กซเรย์พบ

– Both femoral head fracture

– Left ilial wing fracture

– Right acetabulum fracture

– Right sacroiliac luxatuon

– Pubis fracutre

คุณหมอจึงวางแผนผ่าตัด ตรวจเลือด ซึ่งพบว่ามีค่าเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดที่ต่ำ จึงมีการถ่ายเลือดก่อนการผ่าตัดเพื่อความปลอดภัยในการดมยาสลบและผ่าตัด หลังจากนั้นได้มีการผ่าตัดโดยใช้วิธีต่าง ๆ คือ

– FHNE (Femoral Head and Neck Excision)

– TBW (Tension band wiring)

– Sacroiliac plate fixation

– Ilial plate fixation

ในการผ่าตัดซ่อมแซมกระดูกในครั้งนี้ หลังจากผ่าตัดน้องโค้กฟื้นตัวดี ได้รับน้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อ ยาลดปวดลดอักเสบ และแอดมิทอยู่โรงพยาบาลตลอด 24 ชม.เพื่อเฝ้าติดตามอาการ

—————————————————–

✅ ก่อนผ่าตัด – เตรียมพร้อมให้ปลอดภัย

ก่อนถึงวันผ่า สัตวแพทย์จะ

• ตรวจร่างกายและซักประวัติละเอียด

• ตรวจเลือดและการทำงานของอวัยวะสำคัญ (ตับ ไต เม็ดเลือด)

• ตรวจภาพรังสี/X-ray หรือ CT (บางเคส)

• วางแผนผ่าตัด เลือกวิธี fixation ที่เหมาะกับเคส

• งดอาหารก่อนดมยาสลบ

🛠️ ระหว่างผ่าตัด – ทำอย่างไร?

• ดมยาสลบโดยวิสัญญีและเฝ้าติดตามสัญญาณชีพตลอด

• จัดแนวกระดูกให้ถูกต้อง (bone alignment)

• ยึดกระดูกด้วย plate, screw, pin หรือ wire ให้มั่นคง

• ล้างแผลและเย็บปิดอย่างปลอดเชื้อ

• X-ray เช็กตำแหน่งหลังผ่าตัด

❤️ หลังผ่าตัด – การพักฟื้นสำคัญที่สุด

หลังผ่าตัดสัตว์ต้อง

• พักฟื้นและจำกัดการเคลื่อนไหว (crate rest)

• รับยาแก้ปวด+ยาปฏิชีวนะตามคำสั่งสัตวแพทย์

• ทำแผลตามกำหนด

• มาตรวจติดตามและ X-ray ประเมินการติดของกระดูก

• เริ่มฟื้นฟูร่างกาย (physiotherapy) เมื่อเหมาะสม

📌 สิ่งที่เจ้าของต้องระวังหลังผ่า

• ห้ามวิ่ง กระโดด หรือเล่นแรง

• ป้องกันไม่ให้เลียแผล (ใส่ปลอกคอกันเลีย)

• ให้ยาให้ครบ ห้ามหยุดยาเอง

• ถ้ามีบวม แผลแดง มีกลิ่น เจ็บมากขึ้น หรือไม่ยอมลงน้ำหนัก → รีบพามาตรวจทันที

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฏฏ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ทำไมหมาแมวต้องถ่ายเลือด? รู้ไว้..

หลายคนอาจคิดว่า “การถ่ายเลือด” ทำเฉพาะในคน แต่จริงๆ แล้ว สัตว์เลี้ยงก็ต้องถ่ายเลือดได้เหมือนกัน และเป็นหนึ่งในการรักษาฉุกเฉินที่ช่วยชีวิตได้ทันที ✅

❗เมื่อไหร่ถึงต้องถ่ายเลือด?

สัญญาณอันตรายที่พบได้บ่อย

• ซีด เหงือกขาว หอบ อ่อนแรง เดินแล้วล้ม

• อุบัติเหตุเสียเลือด

• พิษยาเบื่อหนู เลือดไม่หยุด

• เกล็ดเลือดต่ำ (ITP)

• โลหิตจางจากพยาธิเม็ดเลือด

• โรคภูมิคุ้มกันทำลายเม็ดเลือด (IMHA)

✅ ก่อนถ่ายเลือดต้องทำอะไร?

การถ่ายเลือดต้องทำโดยทีมสัตวแพทย์อย่างปลอดภัย ผ่านขั้นตอนสำคัญ:

✔ ตรวจร่างกายและประเมินว่าจำเป็นต้องถ่ายเลือด

✔ ตรวจ กรุ๊ปเลือด (หมา: DEA / แมว: A, B, AB)

✔ ทำ Crossmatch หรือการเข้ากันระหว่างตัวให้และตัวรับเพื่อป้องกันการแพ้เลือด

✔ เลือกชนิดเลือดที่เหมาะ เช่น Packed RBC, Whole Blood, Plasm

🔄 ระหว่างถ่ายเลือดต้องมอนิเตอร์อะไร?

ทีมสัตวแพทย์จะติดตามอย่างใกล้ชิด

• อุณหภูมิ หัวใจ ความดัน ชีพจร

• อาการแพ้เลือด เช่น ไข้ ลมพิษ อาเจียน หอบ หรือช็อก

🏥 ธนาคารเลือดสำคัญยังไง?

• ช่วยเคสฉุกเฉินได้ทันที

• เลือดปลอดภัยผ่านการคัดกรองโรคติดเชื้อ

• ถูกต้องตามมาตรฐานการถ่ายเลือดในสัตวแพทย์

รักษาและถ่ายเลือด: น.สพ.ธีรยุทธ์ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

แผลเล็ก ๆ ที่เห็นบนตัวสุนัขหรือแมว อาจไม่ใช่แค่แผลธรรมดา — แต่เป็น “เชื้อรา” ที่ติดต่อถึงคนได้!

หลายคนมักคิดว่าเป็นผิวหนังอักเสบเล็กน้อย เดี๋ยวก็หาย แต่จริง ๆ แล้ว Dermatophytosis (เชื้อราในผิวหนัง) เป็นโรคที่พบบ่อยมาก โดยเฉพาะบ้านที่มีหลายตัว หรือรับแมวจรเข้ามาใหม่ 🐱🐶

———————————————————————————

🔎 เคสนี้ที่พบในโรงพยาบาล

น้องแมวมาเพราะ คัน มีแผลที่หน้า ขนร่วงเป็นวงกลม เจ้าของคิดว่าเป็นแค่แผลธรรมดาทั่วไปจากการเกา หมอจึงมีการตรวจด้วย Wood’s lamp พบเรืองแสงสีเขียว (ผลบวกมีโอกาสเป็นเชื้อรา) และยืนยันด้วยการตรวจผิวหนัง Tape Impression และ Microscopy พบ สปอร์เชื้อรา (Dermatophytic spores) + ขนเสียรูป (Rotten hair shaft) -> เคสนี้จึงมีการให้สเปรย์ Topical น้ำยาอาบน้ำ และยากินกำจัดเชื้อรา และเฝ้าติดตามอาการต่อเนื่อง

———————————————————————————

💊 การรักษา

การรักษาต้อง ทำทั้งระบบ + ภายนอก ควบคู่กัน

✔️ ยาทาหรือแชมพูฆ่าเชื้อ

✔️ ยากินต้านเชื้อรา (ในเคสเป็นหลายตำแหน่ง หรือเรื้อรัง)

✔️ ฆ่าเชื้อสิ่งแวดล้อม กรง เตียง พรม เบาะ โซฟา

✔️ ตรวจติดตามทุก 2–4 สัปดาห์จนกว่าจะหาย

‼️ ปล่อยไว้ไม่หายเอง และสามารถติดสู่คนได้ โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนภูมิคุ้มกันต่ำ

🔐 ป้องกันเชื้อรา

– แยกสัตว์ป่วยไม่ให้คลุกตัวอื่น

– ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราในบ้านสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง

– หลีกเลี่ยงการใช้หวี/ผ้า/กระบะทรายร่วมกัน

– พาสัตว์ตรวจทันทีถ้ามีขนร่วงเป็นวง คัน หรือเป็นสะเก็ด

แผลที่เห็นเล็ก ๆ แต่โรคอาจไม่ได้เล็กนะครับ

ถ้าสงสัยว่าน้องติดเชื้อรา ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องครับ 💙

เรียบเรียงและวินิจฉัย: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)