น้องลัคกี้ กับการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อสุขภาพ

ก้อนเนื้อบนตัวสัตว์เลี้ยง… บางครั้งอาจดูเหมือนไม่มีอะไร แต่การช่างสังเกตของเจ้าของช่วยน้องได้มากจริงๆ ครับ เหมือนอย่างเคสของน้องลัคกี้ในวันนี้

🔍 เมื่อก้อนเนื้อเจ้าปัญหา… ไม่ยอมหายไป

เคสนี้เจ้าของน้องลัคกี้ดูแลใกล้ชิดมากครับ โดยประวัติเดิมคือ

• น้องมีก้อนเนื้อที่ผิวหนัง พาลองไปเจาะดูแล้ว พบเป็นน้ำใสๆ ซึ่งหลังจากเจาะก้อนก็ยุบลงไป

• แต่ผ่านไปเพียง 1 สัปดาห์ ก้อนเนื้อกลับมาโตเท่าเดิม พอเจาะอีกก็เป็นน้ำเหมือนเดิมไม่จบสิ้น

⭐️การตัดสินใจที่น่าชื่นชม

เพราะความใส่ใจของคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่นิ่งนอนใจ และไม่อยากให้น้องต้องเจ็บตัวจากการเจาะซ้ำๆ จึงตัดสินใจ “ผ่าตัดนำก้อนเนื้อออกถาวร” และส่งตรวจชิ้นเนื้อทันที เพื่อให้รู้ชัดว่าคืออะไรกันแน่ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ดีและเด็ดขาดมากครับ

😊 ผลตรวจระบุว่าคือ

“Trichoblastoma” ก้อนเนื้อนี้พัฒนามาจากเซลล์ต้นกำเนิดของ “รูขุมขน” แม้จะมีน้ำอยู่ภายในจนทำให้ดูเหมือนถุงน้ำทั่วไป แต่การผ่าตัดออกคือทางออกที่ดีที่สุด เพราะเนื้องอกชนิดนี้หากทิ้งไว้ก็อาจจะโตขึ้นและอักเสบได้เรื่อยๆ ครับ

🤍 บทเรียนจากเคสนี้

หากพบน้องมีก้อนเนื้อที่ ยุบแล้วกลับมาโตใหม่ หรือ มีของเหลวสะสมซ้ำๆ การผ่าตัดออกและส่งตรวจพยาธิวิทยาคือวิธีที่แม่นยำที่สุด

ขอชื่นชมคุณพ่อคุณแม่ของน้องลัคกี้ที่เป็นเจ้าของช่างสังเกตและตัดสินใจเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของน้องครับ ตอนนี้แผลแห้งดี น้องแฮปปี้สุดๆ ไปเลย ❤️

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ปากสะอาด ยิ้มสวย มั่นใจ เคสขูดหินปูนน้องปอมมี่

เห็นหน้าตาน่ารักแบบนี้ แต่แอบซ่อนปัญหาสุขภาพไว้ในช่องปาก วันนี้พามาดูภาพเปรียบเทียบชัดๆ “ก่อน” และ “หลัง” เข้ารับบริการขูดหินปูนและรักษาช่องปากครับ

? ทำไมต้องขูดหินปูน

หลายคนอาจมองข้าม แต่คราบหินปูนคือแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งนำไปสู่

• กลิ่นปากที่รุนแรง

• เหงือกอักเสบ แดง และเจ็บปวด

• ฟันโยก/ฟันหลุด ก่อนวัยอันควร

• เชื้อโรคแพร่กระจาย เข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลต่อตับ ไต และหัวใจได้เลยนะครับ

🩵 ผลลัพธ์หลังทำ

จากคราบหินปูนหนาๆ ที่เกาะจนมิดเนื้อฟัน ตอนนี้ฟันขาวสะอาด เหงือกที่เคยอักเสบได้รับการดูแล สุขภาพช่องปากดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้องกลับมาทานอาหารได้อร่อยและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้งครับ

ผ่าตัด: น.สพ.ธนา ศรีสองเมือง (หมอโน๊ต)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องเพชร กระดูกสะโพกหักแบบ Transcervical femoral neck fracture

ก่อนผ่าตัด: กระดูกคอต้นขาหัก ทำให้ลงน้ำหนักไม่ได้ เจ็บมาก และมีความเสี่ยงที่กระดูกจะเชื่อมผิดรูปถ้าปล่อยไว้นาน

หลังผ่าตัด: ทำการผ่าตัดเอาส่วนหัวและคอกระดูกต้นขาออก (FHNE) เพื่อลดการเสียดสีและความเจ็บปวด ให้น้องกลับมาใช้งานขาได้ดีขึ้น

✨ เคสแบบนี้ยิ่งรักษาเร็ว ผลลัพธ์ยิ่งดี

✨ หลังผ่าตัดต้องมีการทำกายภาพ ช่วยให้น้องกลับมาเดินได้ใกล้เคียงปกติ

ถ้าน้องมีอาการเดินกะเผลก ไม่ลงน้ำหนัก หรือร้องเวลาจับสะโพก อย่าปล่อยไว้นานนะครับ

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เมื่อหูอักเสบไม่ใช่เรื่องเล็กจนอาจต้อง ปิดช่องหู ถาวร

เจ้าของหลายท่านอาจเคยเจอปัญหา น้องหมาหูเหม็น สะบัดหูตลอดเวลา หรือหูแดงมีหนืด หลายครั้งที่เราคิดว่าแค่เช็ดหูหรือหยอดยาก็หาย แต่ทราบไหมครับว่าหากปล่อยไว้จนกลายเป็น “หูอักเสบเรื้อรัง” อาจรุนแรงถึงขั้นต้องผ่าตัดใหญ่

❓ทำไมต้องผ่าตัดเอาช่องหูออก (Total Ear Canal Ablation – TECA)?

สัตวแพทย์จะพิจารณาวิธีนี้เมื่อช่องหูเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงจนไม่สามารถรักษาด้วยยาได้แล้ว เช่น

• ภาวะหูอักเสบเรื้อรังขั้นรุนแรง: ช่องหูตีบตัน มีหินปูนเกาะ หรือเนื้อเยื่อเจริญผิดรูปจนยาหยอดเข้าไปไม่ถึง

• ก้อนเนื้อหรือมะเร็งในช่องหู: ที่ลุกลามจนปิดทางเดินหู

• การติดเชื้อที่ลามเข้าสู่หูชั้นกลาง: จนส่งผลต่อการทรงตัว

👩🏻‍⚕️ การผ่าตัด TECA ช่วยอะไรได้บ้าง?

การผ่าตัดนี้คือการนำทางเดินช่องหูที่มีการติดเชื้อหรือเป็นก้อนเนื้อออกทั้งหมด เพื่อ

1. กำจัดแหล่งเชื้อโรค -> ตัดวงจรการอักเสบที่สะสมมานาน หรือก้อนเนื้อ มะเร็ง

2. ลดความเจ็บปวด -> ไม่ต้องทนเจ็บจากการอักเสบซ้ำซาก

3. คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น -> แม้การได้ยินจะลดลงบ้าง แต่น้องจะกลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง

⚠️ข้อควรระวัง

– หลังการผ่าตัดเจ้าของต้องคอยติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพราะบางกรณีอาจมีการกลับมาเป็นซ้ำของก้อนเนื้อหรือการอักเสบในบริเวณใกล้เคียงได้ครับ (ซึ่งมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เยอะในกรณีก้อนเนื้องอกครับ)

– การหมั่นสังเกตและทำความสะอาดหูสุนัขอย่างถูกวิธีตั้ง คือหัวใจสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้น้องต้องเดินไปถึงจุดที่ต้องผ่าตัดครับ

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ส่งกำลังใจให้ “น้องใจสู้” กับก้าวใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม

เคสนี้น้องใจสู้สมชื่อจริงๆ ครับ น้องประสบอุบัติเหตุจนกระดูกหักหลายจุด ทำให้เดินลงน้ำหนักไม่ได้และเจ็บปวดมาก หลังจากที่คุณหมอทำการตรวจละเอียดและวางแผนผ่าตัดแก้ไขด้วยการใส่เพลทและสกรู (Plate and Screws) เพื่อยึดตรึงกระดูกให้เข้าที่

✅ อัปเดตหลังผ่าตัด: การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดีครับ กระดูกที่เคยเคลื่อนผิดรูปได้รับการแก้ไขให้กลับมาเรียงตัวสวยงามอีกครั้ง ตอนนี้น้องอยู่ในช่วงพักฟื้นและเตรียมเข้าสู่โปรแกรม กายภาพบำบัดเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรงและเดินได้ปกติในเร็ววัน

ขอบคุณเจ้าของที่ไว้ใจให้เราดูแลสมาชิกคนสำคัญนะครับ สู้ๆ นะตัวเล็ก 🐶

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เจ้าของหลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไมอยู่ดีๆ น้องหมาน้องแมวถึง “ซึมลง กินข้าวขยับปากลำบาก หรือมีกลิ่นปากแรงผิดปกติ” … คำตอบส่วนใหญ่มักซ่อนอยู่ในช่องปากที่เราอาจมองข้ามไปครับ

⚠️ เมื่อเหงือกอักเสบรุนแรง… แค่ขูดหินปูนอาจไม่พอ

จากภาพจะเห็นได้ว่า เมื่อคราบหินปูนสะสมหนาจนเกิดการติดเชื้อและเหงือกอักเสบอย่างรุนแรง (Periodontal Disease) รากฟันจะถูกทำลาย จนบางครั้งคุณหมอจำเป็นต้อง “ตัดสินใจถอนฟัน” เพื่อหยุดความเจ็บปวดและป้องกันเชื้อราลามเข้าสู่กระแสเลือดหรืออวัยวะสำคัญอื่นๆ

✨ การรักษาไม่จบแค่ที่ห้องผ่าตัด

การขูดหินปูนและถอนฟันคือการ “Set Zero” ให้ช่องปากกลับมาสะอาดอีกครั้ง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การดูแลอย่างต่อเนื่อง (Continuous Care) เพื่อไม่ให้ปัญหากลับมาซ้ำรอยเดิม

1. การแปรงฟัน: คือวิธีที่ดีที่สุด! แนะนำให้ฝึกตั้งแต่น้อยๆ เพื่อช่วยลดการสะสมของคราบแบคทีเรียใหม่

2. ทานยาลดอักเสบ/ฆ่าเชื้อ: ตามที่คุณหมอสั่งอย่างเคร่งครัดในช่วงแรกหลังทำหัตถการ

3. การล้างปาก/ใช้น้ำยาพ่นปาก: สำหรับเคสที่ยังแปรงฟันไม่ได้ในช่วงแรก

4. ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ: อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง

✅ เพราะฟันที่สะอาด คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ถ้าเริ่มเห็นน้องมีกลิ่นปาก หรือเหงือกเริ่มแดง อย่ารอจนสายเกินไป รีบพาน้องมาปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินสุขภาพช่องปากกันนะครับ

ผ่าตัด: น.สพ.ธนา ศรีสองเมือง (หมอโน๊ต)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

แผลแบบไหน… ที่ไม่ใช่แค่แผลธรรมดา? เจาะลึก 3 รูปแบบของ “EGC” ในแมว

สืบเนื่องจากเคสน้องเดม่อนที่มีอาการปากเจ่อ หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วเจ้าโรค Eosinophilic Granuloma Complex (EGC) จริงๆ แล้วมันมีกี่แบบ? และเราจะสังเกตตรงไหนได้บ้าง?

วันนี้คุณหมอสรุปมาให้ดูแบบเข้าใจง่ายๆ กับ 3 รอยโรคที่พบบ่อยที่สุดครับ

1️⃣ แผลหลุมที่ริมฝีปาก (Indolent Ulcer)

มักเกิดที่ริมฝีปากบน เห็นเป็นรอยเว้าหรือแผลหลุม

ระวัง: หากปล่อยไว้นานแผลจะขยายใหญ่จนทำลายโครงสร้างปากให้ผิดรูปได้ครับ

2️⃣ ผื่นนูนแดงคัน (Eosinophilic Plaque)

เป็นผื่นแดง นูน หนา และ “คันมาก” มักพบบริเวณหน้าท้องหรือขาหนีบ น้องแมวจะเลียและกัดบริเวณนั้นซ้ำๆ จนอักเสบ

3️⃣ ก้อนเนื้ออักเสบ (Eosinophilic Granuloma)

มาได้หลายรูปแบบ ทั้งก้อนนูนยาวตามแนวขา หรืออาการ “Fat Chin” (คางบวมหนา) เหมือนน้องมีคางสองชั้น

🩺 การวินิจฉัย: ความร่วมมือระหว่าง “หมอ” และ “เจ้าของ”

หัวใจสำคัญของการรักษา EGC ไม่ใช่แค่การจ่ายยา แต่คือการหา “ต้นตอภูมิแพ้” ซึ่งต้องอาศัย 2 ส่วนสำคัญคือ

1. การซักประวัติอย่างละเอียดและการสังเกตของเจ้าของ (Crucial): ข้อมูลจากที่บ้านสำคัญที่สุดครับ เช่น อาหารที่กินประจำ ขนมที่เพิ่งเปลี่ยน ทรายแมวยี่ห้อใหม่ หรือช่วงเวลาที่อาการมักจะกำเริบ (เช่น กินขนมแล้วบวมทันที) ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณหมอจำกัดวงของสารก่อภูมิแพ้ได้แม่นยำขึ้นมากครับ

2. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ: คุณหมอจะทำการเก็บตัวอย่างเซลล์ (Cytology) หรือตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) เพื่อแยกโรคออกจากมะเร็งผิวหนัง หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย/เชื้อรา เพื่อให้การรักษานั้นตรงจุดที่สุด

📢 ฝากถึงทาสแมว -> หากน้องแมวมีอาการ “ปากเจ่อ” หรือ “ผื่นแดง” อย่าลืมจดบันทึกหรือถ่ายรูปสิ่งที่น้องกิน/ใช้ในช่วงนั้นไว้ด้วยนะครับ ข้อมูลเล็กๆ ของคุณอาจเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาลูกรักให้หายขาดได้ครับ ❤️

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

“ริมฝีปากบวม” อย่าชะล่าใจ! อาจเป็นสัญญาณของโรค EGC ในแมว

วันนี้มาทำความรู้จักกับ น้องเดม่อน ที่มาด้วยอาการริมฝีปากล่างบวมแดงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเคสนี้คุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าเป็นกลุ่มอาการ Eosinophilic Granuloma Complex (EGC) ครับ

🔍 EGC คืออะไร?

เป็นกลุ่มรอยโรคอักเสบที่พบได้บ่อยในแมว มักเกี่ยวข้องกับ “ภาวะภูมิแพ้” หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ในกรณีของน้องเดม่อน เมื่อซักประวัติเพิ่มเติมพบว่า:

• ริมฝีปากมักจะบวมขึ้นหลังจากทาน “ขนมแมว”

• เมื่อหยุดทาน อาการบวมก็จะค่อยๆ ยุบลงเอง

• ข้อสันนิษฐาน: มีความเป็นไปได้สูงที่น้องจะแพ้โปรตีนบางชนิดที่ผสมอยู่ในขนมเหล่านั้นครับ (Food Allergy)

💡 ข้อควรระวังสำหรับทาสแมว

หากสังเกตเห็นน้องแมวมีอาการปากเจ่อ ปากบวม หรือมีตุ่มแดงตามร่างกาย:

1. สังเกตพฤติกรรม: น้องเพิ่งเปลี่ยนอาหาร หรือกินขนมชนิดใหม่มาหรือไม่?

2. เช็กช่องปาก: ดูว่ามีแผลหรือการอักเสบร่วมด้วยไหม

3. ปรึกษาคุณหมอ: เพื่อทำการวินิจฉัยแยกโรค เพราะบางครั้งอาการอาจคล้ายกับการโดนแมลงกัดต่อยหรือการติดเชื้อได้ครับ

ความรักมาพร้อมกับการสังเกต ใครที่น้องแมวชอบมีอาการ “ปากเจ่อ” บ่อยๆ ลองเช็กเรื่องอาหารและขนมดูนะครับ 🐈

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

เมื่อ “น้องมีอา” คันจนขนร่วง… ทำไมเราต้องตรวจให้ลึกถึงต้นตอ?

อาการคันและขนร่วงในแมว ไม่ได้เกิดจากแค่ “เชื้อรา” หรือ “แพ้” เสมอไปครับ วันนี้จะพาทุกคนมาดูขั้นตอนการวินิจฉัย (Rule out) เพื่อหาตัวการที่แท้จริงแบบเคสน้องมีอาครับ

📍 Step 1: สังเกตอาการ (Clinical Signs)

เจ้าของสังเกตเห็นน้องมีอาการคันมากผิดปกติ และเริ่มมีขนร่วงบริเวณขอบใบหู ขอบตา ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื้อโรคและปรสิตภายนอกชอบอาศัยอยู่

📍 Step 2: การตั้งสมมติฐาน (Differential Diagnosis)

เมื่อมาพบหมอ เราจะไม่ได้เดาจากสายตาเพียงอย่างเดียว เพราะอาการแบบนี้เป็นไปได้หลายอย่าง:

1. การติดเชื้อปรสิตภายนอก (ไร หมัด เหา เห็บชนิดต่างๆ)

2. การติดเชื้อรา

3. การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง

4. อาการแพ้ (เช่น แพ้อาหาร เป็นต้น) หรือภูมิแพ้ผิวหนัง

📍 Step 3: การตรวจวินิจฉัยเพื่อคัดออก (The Rule Out)

เพื่อให้ได้คำตอบที่แม่นยำที่สุด หมอจึงทำการ “ขูดตรวจผิวหนัง” (Skin Scraping) บริเวณขอบใบหูที่มีรอยโรค เพื่อนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์ดูสิ่งที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น

📍 Step 4: พบตัวการ (The Diagnosis)

จากการส่องกล้อง เราพบตัวการชัดเจนคือ ไรขี้เรื้อนแห้ง (Notoedres cati) หรือ Feline Scabies ที่กำลังชอนไชอยู่บริเวณเส้นขนและผิวหนังของน้องมีอาครับ

✅ สรุปผลการรักษา

เมื่อเรารู้ “ตัวการ” ที่แน่นอน การรักษาก็จะตรงจุด ไม่ต้องลองผิดลองถูก น้องมีอาก็จะหายคันได้ไวขึ้น ขนกลับมานุ่มสวยเหมือนเดิมแน่นอนครับ

💡 ฝากถึงทาสแมว

หากเห็นน้องคันหูบ่อย ขอบหูเริ่มหนา หรือมีสะเก็ด อย่าพึ่งซื้อยามาทาเองนะครับ การพามาตรวจเพื่อ Rule out โรคจะช่วยให้น้องได้รับการรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดครับ

วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

อุทาหรณ์คนรักสัตว์ “น้องเปาเปา” กินสารพิษเข้าไป

เคสนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนเลยครับ เมื่อ “น้องเปาเปา” ลูกสุนัขตัวน้อย เผลอไปกิน “ยาฆ่าแมลง” โดยไม่รู้ตัว จนเกิดอาการวิกฤตขั้นรุนแรง

⚠️ สัญญาณอันตรายที่น้องเปาเปาเผชิญ:

• ชักและเกร็ง อย่างรุนแรง

• น้ำลายฟูมปาก กล้ามเนื้อกระตุก

• หมดสติ และไม่สามารถหายใจเองได้

• หัวใจหยุดเต้น ซึ่งเป็นสภาวะที่อันตรายที่สุด

🏥 ทีมสัตวแพทย์ต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อยื้อชีวิตน้องเปาเปา โดยการ:

1. ใส่ท่อช่วยหายใจ เพื่อประคองระบบทางเดินหายใจ

2. ทำ CPR (ปั๊มหัวใจ) จนสัญญาณชีพกลับคืนมา

3. ฉีดยาแก้สารพิษ และดูแลอย่างใกล้ชิดในห้องฉุกเฉิน

✨ หลังจากผ่านวิกฤตและแอดมิทที่โรงพยาบาล น้องเปาเปาก็กลับมา กินข้าวได้เองและร่าเริงแจ่มใสเหมือนเดิมแล้วครับ ต้องยกความดีความชอบให้ความไวของเจ้าของที่รีบพาส่ง และทีมสัตวแพทย์ครับ

📌 ฝากเตือนคุณพ่อคุณแม่น้อบทุกคนครับ

สารพิษรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลง น้ำยาล้างจาน หรือยาคน มีอันตรายถึงชีวิต หากน้องๆ เผลอกินเข้าไป หากพบอาการผิดปกติ “เวลา” คือสิ่งสำคัญที่สุด รีบพบสัตวแพทย์ทันทีนะครับ

รักษาและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)