น้องพร้อมโชว์ความน่ารักแบบเต็มคาร์ดี้ ![]()
วันนี้ได้ฉีดวัคซีนเพิ่มเกราะป้องกันด้วยนะฮะ ทั้งหล่อ ทั้งหอม ทั้งแข็งแรง พร้อมเจอทุกคนแล้วค้าบ ![]()
![]()
เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)



โรงพยาบาลสัตว์หมอพลอย ม.ฉัตรไพลิน
พัฒนาความรู้📚บริการด้วยหัวใจ❤️ช่วยสัตว์ให้หายป่วย😊
น้องพร้อมโชว์ความน่ารักแบบเต็มคาร์ดี้ ![]()
วันนี้ได้ฉีดวัคซีนเพิ่มเกราะป้องกันด้วยนะฮะ ทั้งหล่อ ทั้งหอม ทั้งแข็งแรง พร้อมเจอทุกคนแล้วค้าบ ![]()
![]()
เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)



สุนัขพันธุ์หน้าสั้น เช่น ปั๊ก บูลด็อก ชิสุ หรือปอมหน้าสั้น
มีเสน่ห์ก็จริง… แต่ก็เป็นกลุ่มที่ต้องดูแลใกล้ชิดเป็นพิเศษ เพราะโครงสร้างใบหน้าและทางเดินหายใจมีความ “ต่าง” จากสุนัขทั่วไป
ปัญหาที่พบบ่อย
1. ปัญหาระบบหายใจ (BOAS)
• รูจมูกตีบ
• เพดานอ่อนยาว
• ถุงหน้ากล่องเสียงปลิ้น
• หลอดลมตีบ
พบได้บ่อยมาก ทำให้ “หายใจเสียงดัง เหนื่อยง่าย ไอเรื้อรัง”
2. ปัญหาตา
• ภาวะตาโปน
• กระจกตาเป็นแผลง่าย
• ผิวกระจกตาอักเสบจากลม ฝุ่น ขนถูหน้า
3. ปัญหาผิวหนัง
• ผิวหนังอักเสบตามรอยพับ
• ติดเชื้อเรื้อรัง
• กลิ่นตัวแรงกว่าสุนัขทั่วไป
สิ่งที่เจ้าของควรสังเกตเป็นพิเศษ
• หายใจเสียงดัง หรือหายใจลำบากตอนอากาศร้อน
• ไอ/สำลักบ่อย
• ตาแดง น้ำตาไหล หรือกระพริบตาถี่
• ผิวหนังบริเวณรอยพับแดง มีกลิ่น หรือมีคราบเปียก
การดูแลที่แนะนำ
– ตรวจสุขภาพช่องจมูก–ทางเดินหายใจ
– ตรวจตาและผิวหนังสม่ำเสมอ
– ควบคุมน้ำหนัก (สำคัญมาก!)
– หลีกเลี่ยงอากาศร้อน ความเครียด และการออกกำลังกายหนัก
– พิจารณาผ่าตัดแก้ไข BOAS เมื่อมีข้อบ่งชี้
สุนัขหน้าสั้น = ต้องดูแลมากขึ้น
การสังเกตอาการผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้ครับ ที่โรงพยาบาลสัตว์หมอพลอย เราดูแลเคสสุนัขพันธุ์หน้าสั้นพร้อมให้คำแนะนำครับ ![]()
เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)



แมวที่เริ่มเป็นขี้เรื้อนแห้ง (Notoedric mange) มักมีอาการ คันมาก ขนร่วงเป็นหย่อม ผิวแห้งลอกเป็นขุย โดยเฉพาะบริเวณ หัว ใบหู คอ และอาจลามลงตัวได้ถ้าไม่ได้รักษาเร็ว เจ้าเหมียวจะเกาแรงจนเป็นแผล และเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนอีกด้วย
การรักษา
• ให้ยาฆ่าไรตามชนิดที่สัตวแพทย์เลือก เช่น ivermectin, selamectin, fluralaner ฯลฯ
• รักษาต่อเนื่องตามรอบ เพราะไรมีวงจรชีวิตเป็นสัปดาห์
• ถ้ามีแผลเกาจนถลอก อาจต้องเสริม ยาฆ่าเชื้อ ยาทา หรือยาแก้คัน
• ทำความสะอาดที่นอน แผ่นรอง กล่องทราย และของใช้ทุกอย่างเพื่อลดการปนเปื้อนซ้ำ
• หากมีหลายตัวในบ้าน อาจต้องรักษาทุกตัว เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจาย
การป้องกัน
• หยอดเห็บหมัด/ไร สม่ำเสมอเดือนละครั้ง
• อาบน้ำและตรวจผิวหนังประจำ โดยเฉพาะแมวที่คันง่าย
• แยกแมวที่มีอาการคัน ขนร่วง เป็นขุย ออกจากตัวอื่นทันที
• ทำความสะอาดเบาะนอน ผ้าห่ม และพื้นที่อยู่เป็นประจำ
• หลีกเลี่ยงการให้แมวสัมผัสแมวเร่หรือแมวไม่รู้ประวัติ
ขี้เรื้อนแห้งรักษาหายได้ ถ้าเริ่มรักษาไว และป้องกันถูกวิธี เจ้าเหมียวก็กลับมานุ่มฟูเหมือนเดิมได้เลย ![]()
![]()
วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)



ทุกถุง ทุกกล่อง ทุกคำห่วงใยที่ทุกคนมอบให้ ไม่ได้เป็นแค่ “ของบริจาค” แต่คือความเมตตาที่ส่งต่อถึงน้องหมาน้องแมวที่กำลังลำบากในพื้นที่น้ำท่วม ![]()
![]()
![]()
ทุกการบริจาคของท่าน คือพลังสำคัญที่เรานำไปส่งต่อสู่คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.อ. และเจ้าของสัตว์ในพื้นที่เดือดร้อน ขอบคุณที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเยียวยาชีวิตเล็ก ๆ เหล่านี้ครับ
ขอขอบคุณทีมงานหมอบรีฟ และโรงพยาบาลสัตว์เกษตรฯ ที่เป็นแกนกลางการนำส่งสิ่งของบริจาคจากทั่วทุกสารทิศครับ
โรงพยาบาลสัตว์หมอพลอย
เห็บไม่ได้แค่ทำให้หมาคันหรือผิวหนังแดงเท่านั้นนะ!
การกัดของเห็บสามารถทำให้เกิด ตุ่มแดง (papule), สะเก็ดแดง (crust), แผลบุ๋มหลังเห็บหลุด (crater lesion) และผิวหนังอักเสบคันมาก ๆ ได้
นอกจากนี้ เห็บยังเป็นพาหะนำโรคหลายชนิดที่ส่งผลต่อผิวหนังหรือร่างกาย เช่น
• Ehrlichiosis → ทำให้เกิดเส้นเลือดอักเสบ, ผื่น, เลือดออกใต้ผิวหนัง
• Babesia / Anaplasma → อาจมีผื่นร่วมกับอาการซีด เหนื่อยง่าย
การรักษา
• ถอนเห็บออกอย่างระมัดระวัง
• ยากำจัดเห็บ/หมัดตามแพทย์สั่ง
• รักษาการติดเชื้อแทรกซ้อนด้วยยาปฏิชีวนะถ้ามีหนองหรือแผลติดเชื้อ
•ในบางเคส ใช้ยาลดอักเสบหรือสเตียรอยด์สั้น ๆ หากผิวหนังอักเสบรุนแรง
การป้องกัน
• ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันเห็บ/หมัดเป็นประจำ (แบบกิน/หยด)
• ตรวจร่างกายสุนัขบ่อย ๆ โดยเฉพาะบริเวณหู คอ ขาหนีบ
• รักษาความสะอาดพื้นที่อยู่ของสุนัข
วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)



อุบัติเหตุรถชนเป็นสาเหตุสำคัญของการบาดเจ็บบริเวณกระดูกเชิงกรานของแมว โดยเฉพาะ sacroiliac (SI) luxation ซึ่งเป็นการที่ปีกกระดูก ilium หลุดออกจากกระดูก sacrum ทำให้เสียความมั่นคงของ pelvic girdle อย่างรุนแรง และหากมีแรงดึงบริเวณโคนหางร่วมด้วย อาจเกิด sacrococcygeal avulsion ทำให้หางตกและขาดการรับความรู้สึกได้
—————————————————–
เคสน้องน้ำตาล
แมวถูกรถชน มาด้วย
• ไม่ลงน้ำหนักหลังทั้งสองข้าง (non–weight bearing)
• เจ็บเมื่อคลำบริเวณเชิงกราน
• หางตก ไม่ขยับ และไม่มี deep pain
ทำ X-ray พบว่า
• Sacroiliac luxation ทั้งสองข้าง (bilateral SI luxation)
แนวทางการรักษา
• ผ่าตัดตรึงกระดูกด้วย iliosacral lag screw fixation ทั้งสองข้าง
• ทำ caudectomy (tail amputation) เนื่องจากหางไม่มี deep pain และเป็นภาระการดูแล
• ให้การรักษาร่วม: ยาลดปวด–ลดอักเสบ ยาปฏิชีวนะ สารน้ำ และพักฟื้นในกรง
หลังผ่าตัดน้องฟื้นตัวดี สามารถเริ่มลงน้ำหนักได้มากขึ้นตามลำดับ
—————————————————–
ทำไม SI luxation ถึงต้องผ่า?
Pelvic girdle = โครงสร้างรับน้ำหนักหลัก
ถ้า SI joint หลุด → แรงที่ส่งจากขาหลังไปสู่กระดูกสันหลังจะ “ขาดตอน” ทำให้:
• เดินไม่ได้ เจ็บมาก
• เกิด pelvic canal narrowing ถ้าปล่อยไว้อาจกระทบการถ่ายอุจจาระ
• เสี่ยงต่อ nerve stretch (traction) บริเวณ lumbosacral area
ในราย bilateral (หลุดสองข้าง) การผ่าตัดจะช่วยให้
ฟื้นตัวเร็วกว่า
เดินได้ภายในสัปดาห์แรก ๆ
ลดความเจ็บเรื้อรัง
ลดโอกาส pelvic malalignment
—————————————————–
ทำไมถึงเลือกใช้ “Lag Screw Fixation”? ในเคสนี้
การตรึง SI joint มีหลายวิธี แต่ lag screw ถือเป็น gold standard ด้วยเหตุผล:
1. ให้ความมั่นคงสูง
2. ใช้เป็น compression fixation
3. อุปกรณ์น้อย ความเสี่ยงต่ำ
4. ใช้ได้แม้ SI หลุดสองข้าง
หลังผ่าตัด (Post-op Care)
• ควรจำกัดบริเวณ 4–6 สัปดาห์
• ให้ทานยาลดปวด ลดอักเสบต่อเนื่อง
• วางแผนการทำกายภาพบำบัด
• โดยรวมการฟื้นตัวมักดีใน 6–12 สัปดาห์
ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฏฏ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)
เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)



นกเป็นสัตว์ที่เก่งมากในการซ่อนอาการป่วย เพราะในธรรมชาติ การแสดงความอ่อนแอคือความเสี่ยงต่อการโดนล่า ดังนั้น… ถ้านกเริ่ม “ผิดปกติ” นิดเดียว! = อาจป่วยจริงจังแล้ว มาดูเช็คลิสต์ง่ายๆ ว่า “นกเราป่วยไหม?” กันครับ
1. พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
• เงียบ ซึม ไม่ร้องเหมือนเดิม
• ไม่ค่อยมองรอบๆ หรือตอบสนองช้าลง
• หลับเยอะผิดปกติ เอาหัวซุกปีกเกินปกติ (เป็นอาการแรก ๆ ของโรคทางระบบ)
2. ความอยากอาหารลดลง / น้ำหนักลด
นกน้ำหนักลดเร็วมาก โดยเฉพาะนกเล็ก ให้จับกระดูกอกตรวจทุกสัปดาห์ ถ้าคลำแล้วกระดูกสันอกแหลม = ผอมแล้วนะคะ หรือถ้ากินได้ แต่ผอมลง = อาจมีปัญหาการดูดซึม, ปรสิต, โรคตับ โรคไต
3. อุจจาระเปลี่ยนไป
ปกติอึนกมี 3 ส่วน:
• Feces (เนื้ออึ)
• Urates (สีขาว)
• Urine (ใส)
อันตรายถ้าเห็น:
• สีเขียวสด (liver)
• สีดำ (melena)
• ขาวคลุ้งน้ำเยอะ (โรคไต/เครียด)
• มีเมือก มีก้อน มีเลือด
4. ขนหยาบ ขนตั้ง ขนพอง
ขนนกป่วยจะเป็นแบบ:
• ขนไม่เรียบ สีหม่น
• กางขนเพื่อเก็บความร้อน (คือมีไข้หรืออ่อนแรง)
5. หายใจผิดปกติ
• อ้าปากหายใจ
• หายใจมีเสียง “คลิก” / เสียงหวีด
• หางกระดกตามลมหายใจ (tail bobbing) — สำคัญมาก! โรคที่เจอบ่อยมักเป็นโรคติดเชื้อเช่น Mycoplasma, Aspergillosis, Viral respiratory disease
6. ตา-จมูกมีน้ำ/บวม
• ตาแฉะ
• หนังตาบวม
• น้ำมูกเหนียวๆ
• มีเสียงนกชน้ำมูกเวลาหายใจ
มักอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ การอักเสบระบบหายใจ
7. อาหารตกค้างที่ปาก / crop abnormal
• Crop ไม่ยุบ (Crop stasis)
• มีกลิ่นเปรี้ยวจากปาก → ติดเชื้อรา
• อาเจียน/พ่นออก → ไม่ปกติเด็ดขาด
โรคที่พบบ่อยในนกเลี้ยง
• Chlamydia psittaci
• Aspergillosis
• Crop infection (Candida / bacterial)
• Parasites (Eimeria, Capillaria ฯลฯ)
• Nutritional deficiency โดยเฉพาะนกที่กินเมล็ดเป็นหลัก
• Trauma / ตกกรง / กระแทก
สัญญาณเตือนระดับ “พาไปโรงพยาบาลทันที”
• อ้าปากหายใจ
• อึมีเลือด
• ขนพองทั้งวัน
• หงอยไม่ยืนบนค perch
• ไม่กิน >12 ชั่วโมง
• ชัก กล้ามเนื้อกระตุก
แล้วต้องตรวจอะไรบ้าง? (ถ้าสงสัยป่วย)
• Physical exam
• X-ray (หายใจ, air sac, ไข่ค้าง)
• Fecal exam (parasites)
• Crop swab
• Blood test (CBC, liver, kidney)
เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)



อาการปัสสาวะผิดปกติในสุนัข ไม่ว่าจะ ปัสสาวะปนเลือด ปัสสาวะบ่อยทีละนิด เบ่งนาน ร้องเวลาปัสสาวะ ล้วนเป็นสัญญาณว่าระบบทางเดินปัสสาวะกำลังมีปัญหา!
คุณหมอต้องแยกโรคอะไรบ้าง?
เบื้องต้นเราต้องแยกสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น
• กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis) — ติดเชื้อแบคทีเรีย
• นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ/ท่อไต
• เนื้องอกในกระเพาะปัสสาวะ (พบได้น้อยแต่ต้องนึกถึง)
• โรคต่อมลูกหมากโตในตัวผู้สูงวัย
• ปัสสาวะคั่งจากสาเหตุทางระบบประสาท
• ภาวะกรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis)
• อุบัติเหตุบริเวณท้อง
—————————————————–
เคสน้องมาม่อน (ปอมน่ารักตัวหนึ่ง)
น้องมาด้วยอาการปัสสาวะผิดปกติ คุณหมอจึงตรวจจากภายนอกพบว่ากระเพาะปัสสาวะใหญ่
X-ray
• ไม่พบนิ่ว แต่ กระเพาะปัสสาวะค่อนข้างใหญ่กว่าปกติ → ทำให้สงสัยว่าอาจมีการอั้นหรืออักเสบที่ทำให้บีบตัวไม่ดี
Ultrasound
• พบผนังกระเพาะปัสสาวะหนา 0.81–0.88 ซม. → บ่งชี้ถึงภาวะ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)
• ส่งตรวจปัสสาวะโดยการเพาะเชื้อและดูความไวรับยา พบเชื้อ Proteus mirabilis ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่มักพบ
รักษาอย่างไร?
• ให้ ยาปฏิชีวนะตามผลความไวต่อยา (culture & sensitivity)ร่วมกับ ยาลดอักเสบ + ยาบำรุงทางเดินปัสสาวะ
• ติดตามผลด้วย ultrasound ซ้ำ → ผนังลดลงเหลือ 0.13–0.20 ซม.
• ตอนนี้น้อง ปัสสาวะคล่อง ไม่เจ็บ ไม่ติดขัด และสีเหลืองใส
—————————————————–
แล้วทำไมกระเพาะปัสสาวะอักเสบถึงเกิดขึ้นได้?
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
1. การติดเชื้อแบคทีเรีย (เช่น Proteus, E. coli)
แบคทีเรียสามารถไต่ขึ้นจากท่อปัสสาวะเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้ง่าย โดยเฉพาะใน
• สุนัขเพศเมีย
• สุนัขที่เลียอวัยวะเพศบ่อย
• ภาวะภูมิคุ้มกันลดลง
• การอั้นฉี่นาน ๆ
2. การดื่มน้ำน้อย → ปัสสาวะเข้ม → แบคทีเรียเพิ่มง่าย
3. Cystolith / นิ่ว
แม้ X-ray ไม่เจอ แต่บางชนิด (เช่น urate, cystine) ต้องดูด้วย ultrasound
4. ปัสสาวะคั่ง / bladder tone ลดลง
จากความเจ็บปวดหรือการอักเสบ ทำให้ปัสสาวะออกไม่หมด → เชื้อเติบโตง่าย
—————————————————–
คำแนะนำสำหรับเจ้าของน้องหมา
1. เพิ่มน้ำดื่มให้น้อง
• น้ำสะอาดตลอดเวลา
• สามารถเติมน้ำในอาหารเม็ดให้ซุปหมาเจือจางได้
• ช่วยให้ปัสสาวะใส ลดโอกาสเกิดนิ่วและการติดเชื้อ
2. ห้ามอั้นปัสสาวะ
• พาน้องออกไปขับถ่ายให้บ่อยขึ้น
• ถ้าเจ้าของทำงานนาน แนะนำแผ่นฉี่/หาคนพาออก
3. ดูแลความสะอาดอวัยวะเพศ
• ช่วยลดการเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะของแบคทีเรีย
4. เลือกอาหารที่ช่วยระบบทางเดินปัสสาวะ
• เช่นสูตร urinary care, low mineral, ลดการเกิดนิ่วบางชนิด
5. ตรวจปัสสาวะและอัลตราซาวนด์ติดตาม
• โรคนี้ กลับเป็นซ้ำได้ การติดตามช่วยป้องกันการเรื้อรังและตรวจหานิ่วเล็ก ๆ ที่อาจเพิ่งเริ่มก่อตัว
6. กินยาครบตามที่คุณหมอสั่ง
• การหยุดยาฆ่าเชื้อก่อนกำหนด → เชื้อไม่ตาย → ดื้อยา → อาการกลับมาได้
อัลตราซาวน์/เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)



วันนี้มีเคสน้องแมวสีขาวตัวหนึ่งที่เจ้าของเป็นห่วงมาก เพราะน้องเป็นแมวเลี้ยงปล่อย และเริ่มกังวลว่าถ้าตั้งท้องบ่อยจะเสี่ยงทั้งต่อสุขภาพน้องเองและทำให้จำนวนประชากรแมวเพิ่มขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ จึงพาน้องมาทำ ผ่าตัดทำหมันแบบ OVH (Ovariohysterectomy) ซึ่งเป็นการผ่าตัดนำรังไข่และมดลูกออกทั้งหมด
—————————————————–
ขั้นตอนก่อนผ่าตัด
ก่อนผ่าตัด น้องต้อง งดอาหาร ตามระยะเวลาที่เหมาะสม และใช้ ยาสลบควบคุมด้วยมอนิเตอร์สัญญาณชีพ เพื่อให้ปลอดภัยที่สุดตลอดการผ่าตัด
การผ่าตัดที่ต้องใช้ Sterile Technique
ทุกขั้นตอนทำภายใต้ เทคนิคปลอดเชื้อ (Sterile technique) เพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อน/ระหว่าง/หลังผ่า ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมผิวหนัง เครื่องมือผ่าตัด หรือการทำแผล ล้วนสำคัญมากสำหรับน้องแมวทุกตัว
เคสของ “น้องสีขาว”
น้องสีขาวตัวนี้ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยและฟื้นตัวเร็วมากครับ
หลังผ่าเพียง 2 ชั่วโมง ก็เริ่มลืมตา ตอบสนองดี และพร้อมกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เจ้าของสบายใจขึ้นเยอะ เพราะนอกจากช่วยลดความเสี่ยงการตั้งท้องไม่พึงประสงค์แล้ว การทำหมันยังช่วยลดโรคปลายทาง เช่น
เนื้องอกมดลูก
Pyometra (มดลูกเป็นหนอง)
อาการติดสัตว์ที่ทำให้เครียดและเสี่ยงออกนอกบ้าน
—————————————————–
ทำหมัน = ป้องกันปัญหาใหญ่ให้แมวของคุณ
การผ่าตัดเล็ก ๆ แค่ครั้งเดียว แต่ช่วยให้น้องแมวมีสุขภาพดีขึ้น และลดความเสี่ยงโรคที่อันตรายได้มากมายเลยครับ
ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฏฏ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)
เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)



โรคที่ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ “ส่งต่อกันได้”
วันนี้หมอเจอเคสน้องหมาชื่อน้ำตาล มาด้วยอาการ ปัสสาวะมีเลือดปน เจ็บบริเวณปลายอวัยวะเพศ ตรวจดูใกล้ ๆ พบว่า ผิวหนังบริเวณหุ้มปลายอวัยวะเพศมีรอยโรคแดงเป็นปุ่ม ๆ คล้ายดอกกะหล่ำ ซึ่งเป็นลักษณะที่เข้ากับ TVT (Transmissible Venereal Tumor) หรือ เนื้องอกติดต่อทางเพศในสุนัข
ปัสสาวะใสปกติ แต่เลือดออกจากรอยโรคที่ผิวหนัง → ชี้ว่าปัญหาอยู่ที่ก้อนเนื้องอก ไม่ใช่กระเพาะปัสสาวะ
—————————————————–
แล้ว TVT คืออะไร?
TVT เป็น เนื้องอกเพียงชนิดเดียวในสุนัขที่สามารถติดต่อได้โดยตรง ไม่ใช่เกิดจากการกลายพันธุ์ภายในตัวเอง แต่เกิดจาก “เซลล์เนื้องอกจากหมาตัวหนึ่ง หลุดมาติดในอีกตัวหนึ่ง”
วิธีการติดต่อ
• การผสมพันธุ์
• เลีย/ดมอวัยวะเพศกัน
• แผลถลอก สัมผัสเยื่อเมือก
• เจอในสุนัขที่ชอบเที่ยว ออกนอกบ้าน ไม่ทำหมัน
ภาพเซลล์ยืนยันโรค
หมอได้ทำ Cytology จากรอยโรค แล้วพบว่า:
• มี เซลล์ TVT ลักษณะจำเพาะ (round cell tumor)
• พบ เม็ดเลือดขาวกำลังกินแบคทีเรียแท่ง (rod-shaped bacteria) → บ่งบอกว่ามีการติดเชื้อร่วมด้วย
การติดเชื้อนี้เองที่ทำให้เลือดออกง่ายและเจ็บมากขึ้น
การรักษา
การรักษาหลัก = เคมีบำบัดฉีดเข้าหลอดเลือด สัปดาห์ละครั้ง ส่วนมากตอบสนองดีมาก ก้อนยุบใน 3–6 สัปดาห์
และถ้ามีติดเชื้อแทรกซ้อน → ให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย
ต้องมาฉีดครบตามรอบ ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
ทำยังไงให้ไม่เป็นอีก?
• ทำหมัน
• เลี่ยงพาน้องไปผสมพันธุ์โดยไม่จำเป็น
• ดูแลไม่ให้ออกไปเที่ยวกับหมาจร
• เห็นเลือดออกบริเวณอวัยวะเพศ → ควรพามาตรวจทันที
วินิจฉัยและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)


