น้องไข่ตุ๋นกระดูกขาหน้าหัก

น้องมาด้วยอาการขาหน้าขวาลงน้ำหนักไม่ได้ จากการตรวจ X-ray พบ กระดูก radius และ ulna หัก (radio-ulnar fracture)

ทีมสัตวแพทย์จึงทำการผ่าตัด จัดกระดูกและยึดตรึงด้วยแผ่นเหล็กและสกรู (Open Reduction and Internal Fixation – ORIF) เพื่อให้กระดูกกลับมาอยู่ในแนวที่ถูกต้องและช่วยให้สามารถเชื่อมติดได้ดี

หลังผ่าตัด น้องพักฟื้นและอยู่ในช่วงดูแลอย่างใกล้ชิด 🩺

📌 อุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกหักสามารถเกิดขึ้นได้ เช่น

• รถชน

• ตกจากที่สูง

• เล่นหรือวิ่งชนอย่างแรง

หากสัตว์เลี้ยงมีอาการขาเจ็บ เดินกะเผลก หรือไม่ยอมลงน้ำหนัก ควรพามาตรวจและถ่าย X-ray เพื่อประเมินความเสียหายและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

Pemphigus Complex ในแมว โรคภูมิคุ้มกันทำลายผิวหนังตัวเอง

โรคนี้เกิดจาก ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ ไปทำลายการยึดเกาะของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิด ตุ่มหนอง สะเก็ดหนา แผลหลุม ขนร่วง

📍 ตำแหน่งที่พบบ่อย

• จมูก (nasal planum)

• ใบหน้า / รอบปาก / ใบหู

• บางตัวพบที่อุ้งเท้าและซอกเล็บ

⚠️ อาการเริ่มต้นที่เจ้าของมักสังเกต

• มีคราบสะเก็ดสีน้ำตาลที่จมูก

• แผลที่ใบหูหรือรอบปาก

• ตุ่มหนองหรือแผลหลุมบนผิวหนัง

🔬 การวินิจฉัย

สัตวแพทย์อาจต้อง

• ตรวจเซลล์ผิวหนัง

• ตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) เพื่อยืนยันโรค เนื่องจากอาการอาจคล้ายการติดเชื้อรา แบคทีเรีย หรือโรคผิวหนังอื่น

💊 การรักษา

ใช้ ยากดภูมิคุ้มกัน เพื่อลดการทำลายผิวหนังของร่างกาย

⏳ ส่วนใหญ่เริ่มดีขึ้นหลังรักษาประมาณ 3–4 สัปดาห์

❗ ข้อสำคัญ ไม่ควรหยุดยาเอง เพราะโรคมีโอกาส กลับมาเป็นซ้ำสูง และอาจรักษายากกว่าเดิม หากพบความผิดปกติของผิวหนังในสัตว์เลี้ยง ควรพามาตรวจเพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

วินิจฉัย / เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

FIC (Feline Idiopathic Cystitis) เมื่อความเครียดทำให้น้องแมว “ฉี่ไม่ออก”

น้องมิกกี้มาด้วยอาการ ปัสสาวะลำบาก เบ่งถี่ กะปริดกะปรอย ปัสสาวะไม่ออก ทำการสวนท่อปัสสาวะร่วมกับการกินยาจนกว่าปัสสาวะจะกลับมาใสปกติ

FIC คือ ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ “ที่ไม่พบสาเหตุชัดเจน” ไม่ได้เกิดจากนิ่วหรือการติดเชื้อโดยตรง แต่ความเครียด เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ

🔎 การวินิจฉัยต้อง “ตัดสาเหตุอื่นออกก่อน”

✔️ ตรวจเลือด / ตรวจปัสสาวะ

✔️ เอกซเรย์

✔️ อัลตราซาวด์

เมื่อไม่พบก้อนนิ่วหรือการติดเชื้อ จึงพิจารณาเป็น FIC

💊 แนวทางรักษา

• ควบคุมอาการอักเสบและความเจ็บปวด

• เพิ่มน้ำในอาหาร

• ลดความเครียด ปรับสิ่งแวดล้อม

• หากปัสสาวะอุดตัน = ภาวะฉุกเฉิน ต้องสวนปัสสาวะทันที

ในรายที่เป็นซ้ำบ่อยและอุดตันเรื้อรัง อาจพิจารณาผ่าตัดเปิดท่อปัสสาวะ (Urethrostomy)

⚠️ หากน้องแมวเข้าห้องน้ำบ่อย แต่ปัสสาวะไม่ออก หรือออกนิดเดียว อย่ารอดูอาการเอง เพราะการอุดตันสามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ภายใน 24 ชม.

วินิจฉัย: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

อากาศร้อนแบบนี้ ระวัง ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ในสัตว์เลี้ยงกันด้วยนะ

สังเกตอาการเตือน:

▪️ หอบแรงผิดปกติ

▪️ ตัวร้อนจัด

▪️ เหงือกแดงเข้ม

▪️ น้ำลายเหนียว/ไหลมาก

▪️ เดินเซ อ่อนแรง

ช่วยเหลือเบื้องต้น:

✅ พาเข้าที่ร่ม อากาศถ่ายเท

✅ ใช้น้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตัว

✅ เปิดพัดลมช่วยระบายความร้อน

❌ ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด

ถ้าซึม หมดสติ หรืออาการไม่ดีขึ้น รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที 🚨

ด้วยความห่วงใยจากโรงพยาบาลสัตว์หมอพลอย 💙

Endoscopy เอาเบ็ดออกอย่างแม่นยำ

เคสนี้น้องตังตังเผลอกิน “เบ็ดตกปลา” เข้าไป วัตถุมีคมและมีเงี่ยง เสี่ยงต่อการเกี่ยวผนังกระเพาะและทะลุได้

🔎 ขั้นตอนการรักษาครั้งนี้เราใช้เทคนิคผสมผสาน

📌 1. X-ray ประเมินตำแหน่งเบื้องต้นดูว่าเบ็ดอยู่บริเวณกระเพาะส่วนใด และประเมินความเสี่ยงการทะลุ

📌 2. วางยาสลบอย่างปลอดภัย และตรวจเลือดทุกครั้งเพื่อประเมินการสางยาสลบ

📌 3. ส่องกล้อง (Endoscopy) ใช้กล้องเข้าไปมองเห็นตำแหน่งจริงภายในกระเพาะ และคีบเบ็ดออกมา

📌 4. ใช้ Fluoroscopy ควบคู่ระหว่างทำหัตถการ

เป็น X-ray แบบ real-time ช่วยให้เราเห็น “ตำแหน่งปลายกล้องและอุปกรณ์คีบ” ตลอดเวลา ลดความเสี่ยงการเกี่ยวผนังกระเพาะ และช่วยกำหนดทิศทางการดึงเบ็ดออกอย่างแม่นยำ

✨ ผลลัพธ์ นำเบ็ดออกได้สำเร็จ ไม่ต้องผ่าตัด ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อให้น้อยที่สุด ฟื้นตัวไว

เคสวัตถุมีคมแบบนี้ การมี fluoroscopic guidance ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อวัตถุมีเงี่ยงหรือฝังตัวบางส่วน หากสัตว์เลี้ยงกินของมีคม อย่ารอดูอาการ

รีบพบสัตวแพทย์ทันที เพราะถ้าทะลุขึ้นมา การรักษาจะซับซ้อนกว่ามาก

ส่องกล้องและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

โรคหัวใจในแมว…ภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

แมวหลายตัวดูปกติดี วิ่งเล่น กินอาหารได้

แต่ความจริง “หัวใจ” อาจเริ่มมีปัญหาแล้วโดยที่เราไม่รู้

💡 ความยากของโรคหัวใจในแมว คือ

อาการภายนอกกับความผิดปกติภายใน มักไม่สัมพันธ์กัน

กว่าจะแสดงอาการชัดเจน บางครั้งโรคอาจเข้าสู่ระยะอันตรายแล้ว

🩺 ตรวจอย่างไรถึงจะรู้?

การฟังเสียงหัวใจอย่างเดียวอาจไม่พอ สัตวแพทย์อาจพิจารณาเพิ่มเติม เช่น

• ตรวจร่างกาย + X-ray

• อัลตราซาวด์หัวใจ (Echo)

• ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)

• CT scan ในบางกรณีที่ซับซ้อน

เพื่อตรวจดูโครงสร้าง การบีบตัว และจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างละเอียด

🧬 โรคหัวใจในแมว แบ่งหลัก ๆ ได้ 2 กลุ่ม

1️⃣ โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด (Congenital)

เกิดจากโครงสร้างหัวใจผิดปกติตั้งแต่พัฒนาการในครรภ์

เช่น ผนังกั้นหัวใจรั่ว (Septal defects)

2️⃣ โรคที่เกิดภายหลัง (Acquired)

พบบ่อยที่สุดคือ

🐾 โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว (HCM)

ซึ่งเป็นโรคหัวใจที่พบมากที่สุดในแมว และต้องติดตามใกล้ชิด

📌 สิ่งสำคัญคือ “แมวไม่ค่อยบอกว่าเหนื่อย”

บางตัวไม่มีเสียงฟู่ ไม่มีอาการใด ๆ แต่ตรวจเจอหัวใจหนาผิดปกติจากการทำ Echo

ถ้าแมวมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที

• หายใจเร็ว/หอบ

• ซึมลงเฉียบพลัน

• ขาหลังอ่อนแรงกะทันหัน

• หมดสติ

หัวใจ…เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ตรวจเร็ว รู้เร็ว วางแผนดูแลได้ทัน

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องอั่งเปากับไรในหู (Ear mite)

น้องอั่งเปามาด้วยอาการคันหู ตรวจในช่องหูพบขี้หูสีดำคล้ายกากกาแฟ ส่องกล้องจุลทรรศน์เจอตัวการชัดเจน — “ไรในหู (Ear mite)”

🦠 ไรในหูเป็นปรสิตขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในช่องหู ติดต่อได้ง่ายมากผ่านการสัมผัสใกล้ชิด โดยเฉพาะลูกแมวหรือแมวที่อยู่รวมกันหลายตัว

📌 อาการที่พบบ่อย

• คันหูมาก เกาบ่อย

• สะบัดหัว

• มีขี้หูสีดำเข้ม

• บางรายอาจอักเสบรุนแรงจนเกิดแผลในช่องหู

⏳ วงจรชีวิตประมาณ 3 สัปดาห์ ดังนั้นการรักษาต้อง “ครบระยะ” เพื่อกำจัดทั้งตัวเต็มวัยและไข่

💊 แนวทางการรักษา

• ทำความสะอาดหูอย่างถูกวิธี

• ใช้ยาหยอดกำจัดปรสิตตามคำแนะนำสัตวแพทย์

• ในบ้านที่มีหลายตัว ควรรักษาพร้อมกัน

• ป้องกันซ้ำด้วยยาป้องกันปรสิตรายเดือน

แม้จะดูเป็นโรคเล็กๆ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อาจลุกลามเป็นหูอักเสบเรื้อรังได้ ใครเห็นน้องเกาหูบ่อย อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ พามาตรวจเร็ว รักษาง่าย หายไวกว่าเยอะ 🩺💚

วินิจฉัย: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องมีบุญเป็นภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง ร่วมกับตับอ่อนอักเสบ (Feline triaditis)

🩵น้องมาด้วยอาเจียนต่อเนื่องหลายวัน กินยาแล้วไม่ดีขึ้นอัลตราซาวนด์พบว่าลำไส้หนาผิดปกติ ต่อมน้ำเหลืองโต และมีช่วงหนึ่งเหมือนลำไส้กลืนกัน (intussusception) จึงตัดสินใจผ่าตัดสำรวจช่องท้อง

🧑🏻‍⚕️แต่พอเปิดเข้าไป… ลำไส้ที่กลืนกัน คลายตัวเองแล้ว ซึ่งภาวะแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในแมวที่ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ทำให้การบีบตัวของลำไส้ผิดจังหวะชั่วคราว

🤍ส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ ร่วมกับค่าผลเลือดสรุปว่า

• ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)

• ตับอ่อนอักเสบ

• มีการตอบสนองของตับและต่อมน้ำเหลือง

ทั้งหมดนี้เรียกรวมว่า Feline triaditis ซึ่งพบได้ในแมว เพราะทางเดินน้ำดีและตับอ่อนเชื่อมกับลำไส้ใกล้กันมาก ทำให้อักเสบพ่วงกันได้

🩺 แผนการรักษา

1️⃣ เริ่มจากการปรับอาหารก่อน

ใช้อาหารสูตรโปรตีนใหม่หรือโปรตีนย่อยง่ายแบบเคร่งครัด 6–8 สัปดาห์ ห้ามมีอย่างอื่นปน หลายเคสดีขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้ยากดภูมิ

2️⃣ ให้ยาประคับประคอง

ลดอาเจียน ดูแลทางเดินอาหารตามความจำเป็ร

3️⃣ ถ้าไม่ตอบสนองต่ออาหาร

ค่อยพิจารณา ยากดภูมิ (เช่น prednisolone) เพื่อลดการอักเสบของลำไส้

💬 เคสนี้คาดว่า “ลำไส้อักเสบเรื้อรัง” เป็นสาเหตุหลัก

ส่วนลำไส้กลืนกันน่าจะเกิดจากการบีบตัวที่ผิดปกติ และคลายตัวเองได้ทันก่อนเกิดการอุดตันถาวร โรคนี้ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอในการรักษา แต่ถ้าควบคุมได้ น้องสามารถใช้ชีวิตปกติได้ ❤️

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

วินิจฉัย/เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องดำประสบอุบัติเหตุอย่างรุนแรง กระดูกเชิงกรานเคลื่อนทั้งสองข้าง (Both sacroiliac luxation) ร่วมกับภาวะไส้เลื่อนช่องท้อง (Abdominal herniation)

ก่อนผ่าตัด น้องดำมาที่รพส.ด้วยอาการ

• ขาหลังอ่อนแรง

• เจ็บเมื่อจับบริเวณเชิงกราน

• ผนังช่องท้องฉีกขาด ทำให้อวัยวะภายในเคลื่อนออกจากตำแหน่งปกติ

แนวทางการรักษา

✔️ ผ่าตัดจัดกระดูกด้วย Trans-iliac pin placement ร่วมกับ lag screw fixation

✔️ ซ่อมแซมผนังช่องท้อง (Abdominal hernia repair)

การบาดเจ็บลักษณะนี้ หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อระบบประสาท การขับถ่าย และคุณภาพชีวิตระยะยาว

หลังผ่าตัด วางแผนทำกายภาพบำบัดเป็นลำดับ ควบคุมความเจ็บปวดอย่างใกล้ชิด ติดตามภาพรังสีประเมินการยึดติดของกระดูก

อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้เสมอ แต่การวินิจฉัยที่แม่นยำและการผ่าตัดที่เหมาะสม ช่วยให้เขากลับมายืนได้อีกครั้ง 🐾

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องมีบุญเป็นภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง ร่วมกับตับอ่อนอักเสบ (Feline triaditis)

🩵น้องมาด้วยอาเจียนต่อเนื่องหลายวัน กินยาแล้วไม่ดีขึ้นอัลตราซาวนด์พบว่าลำไส้หนาผิดปกติ ต่อมน้ำเหลืองโต และมีช่วงหนึ่งเหมือนลำไส้กลืนกัน (intussusception) จึงตัดสินใจผ่าตัดสำรวจช่องท้อง

🧑🏻‍⚕️แต่พอเปิดเข้าไป… ลำไส้ที่กลืนกัน คลายตัวเองแล้ว ซึ่งภาวะแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในแมวที่ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ทำให้การบีบตัวของลำไส้ผิดจังหวะชั่วคราว

🤍ส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ ร่วมกับค่าผลเลือดสรุปว่า

• ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)

• ตับอ่อนอักเสบ

• มีการตอบสนองของตับและต่อมน้ำเหลือง

ทั้งหมดนี้เรียกรวมว่า Feline triaditis ซึ่งพบได้ในแมว เพราะทางเดินน้ำดีและตับอ่อนเชื่อมกับลำไส้ใกล้กันมาก ทำให้อักเสบพ่วงกันได้

🩺 แผนการรักษา

1️⃣ เริ่มจากการปรับอาหารก่อน

ใช้อาหารสูตรโปรตีนใหม่หรือโปรตีนย่อยง่ายแบบเคร่งครัด 6–8 สัปดาห์ ห้ามมีอย่างอื่นปน หลายเคสดีขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้ยากดภูมิ

2️⃣ ให้ยาประคับประคอง

ลดอาเจียน ดูแลทางเดินอาหารตามความจำเป็ร

3️⃣ ถ้าไม่ตอบสนองต่ออาหาร

ค่อยพิจารณา ยากดภูมิ (เช่น prednisolone) เพื่อลดการอักเสบของลำไส้

💬 เคสนี้คาดว่า “ลำไส้อักเสบเรื้อรัง” เป็นสาเหตุหลัก

ส่วนลำไส้กลืนกันน่าจะเกิดจากการบีบตัวที่ผิดปกติ และคลายตัวเองได้ทันก่อนเกิดการอุดตันถาวร โรคนี้ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอในการรักษา แต่ถ้าควบคุมได้ น้องสามารถใช้ชีวิตปกติได้ ❤️

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

วินิจฉัย/เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)