Pemphigus Complex ในแมว โรคภูมิคุ้มกันทำลายผิวหนังตัวเอง

โรคนี้เกิดจาก ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ ไปทำลายการยึดเกาะของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิด ตุ่มหนอง สะเก็ดหนา แผลหลุม ขนร่วง

📍 ตำแหน่งที่พบบ่อย

• จมูก (nasal planum)

• ใบหน้า / รอบปาก / ใบหู

• บางตัวพบที่อุ้งเท้าและซอกเล็บ

⚠️ อาการเริ่มต้นที่เจ้าของมักสังเกต

• มีคราบสะเก็ดสีน้ำตาลที่จมูก

• แผลที่ใบหูหรือรอบปาก

• ตุ่มหนองหรือแผลหลุมบนผิวหนัง

🔬 การวินิจฉัย

สัตวแพทย์อาจต้อง

• ตรวจเซลล์ผิวหนัง

• ตัดชิ้นเนื้อ (Biopsy) เพื่อยืนยันโรค เนื่องจากอาการอาจคล้ายการติดเชื้อรา แบคทีเรีย หรือโรคผิวหนังอื่น

💊 การรักษา

ใช้ ยากดภูมิคุ้มกัน เพื่อลดการทำลายผิวหนังของร่างกาย

⏳ ส่วนใหญ่เริ่มดีขึ้นหลังรักษาประมาณ 3–4 สัปดาห์

❗ ข้อสำคัญ ไม่ควรหยุดยาเอง เพราะโรคมีโอกาส กลับมาเป็นซ้ำสูง และอาจรักษายากกว่าเดิม หากพบความผิดปกติของผิวหนังในสัตว์เลี้ยง ควรพามาตรวจเพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

วินิจฉัย / เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ใกล้คลอดแล้วหรือยัง?

รู้ไหมว่า หมาและแมวตั้งท้องเฉลี่ยประมาณ 63 วัน

ช่วง 12–24 ชั่วโมงก่อนคลอด มักจะมีสัญญาณ เช่น

🌡 อุณหภูมิร่างกายลด

🧺 เริ่มทำรัง

🍽 เบื่ออาหาร / กระสับกระส่าย

แต่ถ้าเจอแบบนี้ ต้องรีบพบสัตวแพทย์ทันที

❗ เบ่งเกิน 30–60 นาทีแต่ลูกไม่ออก

❗ มีน้ำเขียวหรือเลือดออกก่อนลูกตัวแรก

❗ ลูกตัวต่อไปห่างเกิน 2 ชั่วโมง

❗ แม่สัตว์ซึม อ่อนแรง หรือชัก

ดูสัญญาณให้ทัน ช่วยให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัย ❤️

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

มือใหม่เลี้ยงน้องหมาต้องรู้! ระวัง “โรคลำไส้อักเสบพาร์โวไวรัส”

โรคลำไส้อักเสบจากพาร์โวไวรัส (Canine Parvovirus) เป็นโรคไวรัสที่รุนแรงและแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะใน ลูกสุนัขหรือสุนัขที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบ

⚠️ อาการที่พบบ่อย

• ซึม ไม่ร่าเริง

• เบื่ออาหาร ไม่กินอาหาร อาเจียน

• ท้องเสียรุนแรง บางครั้งมีเลือดปน

• อ่อนแรง และขาดน้ำอย่างรวดเร็ว

🧪 การตรวจวินิจฉัย

สัตวแพทย์สามารถตรวจยืนยันโรคได้โดย

• ตรวจเลือดร่วมกับ Test kit (Antigen test)

• การตรวจ PCR เพื่อยืนยันเชื้อไวรัส

💊 สิ่งสำคัญที่เจ้าของควรรู้

ปัจจุบัน ยังไม่มียาที่ฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง การรักษาจึงเป็น การประคับประคองตามอาการ เช่น

• ให้น้ำเกลือ

• ควบคุมอาเจียน

• ให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน

• ดูแลภาวะขาดน้ำและสมดุลร่างกาย

สุนัขบางตัวสามารถ สร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นตัวได้ แต่ในบางรายที่อาการรุนแรงก็อาจ เสียชีวิตได้

🛡 การป้องกันที่ดีที่สุด

✔ ฉีดวัคซีนให้ครบตามโปรแกรม

✔ หลีกเลี่ยงการพาลูกสุนัขที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบไปพื้นที่เสี่ยง

✔ รักษาความสะอาดบริเวณที่เลี้ยง

🧼 การทำความสะอาดเพื่อลดการแพร่เชื้อ เชื้อพาร์โวไวรัสสามารถ อยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายเดือน ควรทำความสะอาดด้วย น้ำยาฟอกขาว (Sodium hypochlorite) ผสม 1:30 – 1:32 กับน้ำ ใช้เช็ดพื้น กรง ถาดอาหาร อุปกรณ์เลี้ยง ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ก่อนล้างออก

🌟 หากพบว่าสุนัขมีอาการ ซึม อาเจียน หรือท้องเสียรุนแรง

ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษา ตรวจเร็ว รักษาเร็ว โอกาสรอดสูงขึ้น

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

มือใหม่หัดเลี้ยงแมวต้องรู้! ระวัง “โรคหัดแมว” ภัยร้ายที่พบได้บ่อยในลูกแมว

โรคหัดแมว (Feline Parvovirus) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่รุนแรงและแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในลูกแมวหรือแมวที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบ

⚠️ อาการที่พบบ่อย

• ซึม ไม่ร่าเริง ไม่กินอาหาร

• อาเจียน ท้องเสียรุนแรง บางครั้งมีเลือดปน

• ไข้ หรืออุณหภูมิต่ำผิดปกติ

🧪 การตรวจวินิจฉัย

สัตวแพทย์สามารถช่วยตรวจยืนยันโรคได้ด้วย

• ตรวจเลือดร่วมกับ Test kit (Antigen test)

• การตรวจ PCR เพื่อยืนยันเชื้อไวรัส

💊 สิ่งสำคัญที่เจ้าของควรรู้

ปัจจุบัน ยังไม่มียาที่ฆ่าเชื้อไวรัสนี้โดยตรง การรักษาจึงเป็นการ รักษาตามอาการและประคับประคอง เช่น

• ให้น้ำเกลือ

• ควบคุมอาเจียน

• ป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน

• ดูแลภาวะขาดน้ำและสมดุลร่างกาย

แมวบางตัวสามารถ สร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นตัวได้ แต่ในบางรายที่อาการรุนแรงก็อาจ เสียชีวิตได้เช่นกัน

🛡️ การป้องกันที่ดีที่สุด

✔ ฉีดวัคซีนให้ครบตามโปรแกรม

✔ แยกแมวป่วยออกจากแมวตัวอื่น

✔ ทำความสะอาดพื้นที่เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ

🧼 การทำความสะอาดเพื่อลดการแพร่เชื้อ เชื้อหัดแมวสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายเดือน ควรทำความสะอาดด้วย

• น้ำยาฆ่าเชื้อที่มี Sodium hypochlorite (เช่น น้ำยาฟอกขาว/ไฮเตอร์) ผสมประมาณ 1:30 – 1:32 กับน้ำ แล้วเช็ดพื้น กรง กระบะทราย และอุปกรณ์เลี้ยง ทิ้งไว้ อย่างน้อย 10 นาที ก่อนล้างออก

หากพบว่าแมวมีอาการผิดปกติ เช่น ซึม ไม่กิน อาเจียน หรือท้องเสีย ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษา

🐾 เพราะการรักษาที่เร็วที่สุด คือโอกาสรอดที่มากที่สุดของน้องแมว

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

FIC (Feline Idiopathic Cystitis) เมื่อความเครียดทำให้น้องแมว “ฉี่ไม่ออก”

น้องมิกกี้มาด้วยอาการ ปัสสาวะลำบาก เบ่งถี่ กะปริดกะปรอย ปัสสาวะไม่ออก ทำการสวนท่อปัสสาวะร่วมกับการกินยาจนกว่าปัสสาวะจะกลับมาใสปกติ

FIC คือ ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ “ที่ไม่พบสาเหตุชัดเจน” ไม่ได้เกิดจากนิ่วหรือการติดเชื้อโดยตรง แต่ความเครียด เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ

🔎 การวินิจฉัยต้อง “ตัดสาเหตุอื่นออกก่อน”

✔️ ตรวจเลือด / ตรวจปัสสาวะ

✔️ เอกซเรย์

✔️ อัลตราซาวด์

เมื่อไม่พบก้อนนิ่วหรือการติดเชื้อ จึงพิจารณาเป็น FIC

💊 แนวทางรักษา

• ควบคุมอาการอักเสบและความเจ็บปวด

• เพิ่มน้ำในอาหาร

• ลดความเครียด ปรับสิ่งแวดล้อม

• หากปัสสาวะอุดตัน = ภาวะฉุกเฉิน ต้องสวนปัสสาวะทันที

ในรายที่เป็นซ้ำบ่อยและอุดตันเรื้อรัง อาจพิจารณาผ่าตัดเปิดท่อปัสสาวะ (Urethrostomy)

⚠️ หากน้องแมวเข้าห้องน้ำบ่อย แต่ปัสสาวะไม่ออก หรือออกนิดเดียว อย่ารอดูอาการเอง เพราะการอุดตันสามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ภายใน 24 ชม.

วินิจฉัย: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

อากาศร้อนแบบนี้ ระวัง ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ในสัตว์เลี้ยงกันด้วยนะ

สังเกตอาการเตือน:

▪️ หอบแรงผิดปกติ

▪️ ตัวร้อนจัด

▪️ เหงือกแดงเข้ม

▪️ น้ำลายเหนียว/ไหลมาก

▪️ เดินเซ อ่อนแรง

ช่วยเหลือเบื้องต้น:

✅ พาเข้าที่ร่ม อากาศถ่ายเท

✅ ใช้น้ำอุณหภูมิห้องเช็ดตัว

✅ เปิดพัดลมช่วยระบายความร้อน

❌ ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัด

ถ้าซึม หมดสติ หรืออาการไม่ดีขึ้น รีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที 🚨

ด้วยความห่วงใยจากโรงพยาบาลสัตว์หมอพลอย 💙

Endoscopy เอาเบ็ดออกอย่างแม่นยำ

เคสนี้น้องตังตังเผลอกิน “เบ็ดตกปลา” เข้าไป วัตถุมีคมและมีเงี่ยง เสี่ยงต่อการเกี่ยวผนังกระเพาะและทะลุได้

🔎 ขั้นตอนการรักษาครั้งนี้เราใช้เทคนิคผสมผสาน

📌 1. X-ray ประเมินตำแหน่งเบื้องต้นดูว่าเบ็ดอยู่บริเวณกระเพาะส่วนใด และประเมินความเสี่ยงการทะลุ

📌 2. วางยาสลบอย่างปลอดภัย และตรวจเลือดทุกครั้งเพื่อประเมินการสางยาสลบ

📌 3. ส่องกล้อง (Endoscopy) ใช้กล้องเข้าไปมองเห็นตำแหน่งจริงภายในกระเพาะ และคีบเบ็ดออกมา

📌 4. ใช้ Fluoroscopy ควบคู่ระหว่างทำหัตถการ

เป็น X-ray แบบ real-time ช่วยให้เราเห็น “ตำแหน่งปลายกล้องและอุปกรณ์คีบ” ตลอดเวลา ลดความเสี่ยงการเกี่ยวผนังกระเพาะ และช่วยกำหนดทิศทางการดึงเบ็ดออกอย่างแม่นยำ

✨ ผลลัพธ์ นำเบ็ดออกได้สำเร็จ ไม่ต้องผ่าตัด ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อให้น้อยที่สุด ฟื้นตัวไว

เคสวัตถุมีคมแบบนี้ การมี fluoroscopic guidance ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อวัตถุมีเงี่ยงหรือฝังตัวบางส่วน หากสัตว์เลี้ยงกินของมีคม อย่ารอดูอาการ

รีบพบสัตวแพทย์ทันที เพราะถ้าทะลุขึ้นมา การรักษาจะซับซ้อนกว่ามาก

ส่องกล้องและเรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

โรคหัวใจในแมว…ภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

แมวหลายตัวดูปกติดี วิ่งเล่น กินอาหารได้

แต่ความจริง “หัวใจ” อาจเริ่มมีปัญหาแล้วโดยที่เราไม่รู้

💡 ความยากของโรคหัวใจในแมว คือ

อาการภายนอกกับความผิดปกติภายใน มักไม่สัมพันธ์กัน

กว่าจะแสดงอาการชัดเจน บางครั้งโรคอาจเข้าสู่ระยะอันตรายแล้ว

🩺 ตรวจอย่างไรถึงจะรู้?

การฟังเสียงหัวใจอย่างเดียวอาจไม่พอ สัตวแพทย์อาจพิจารณาเพิ่มเติม เช่น

• ตรวจร่างกาย + X-ray

• อัลตราซาวด์หัวใจ (Echo)

• ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)

• CT scan ในบางกรณีที่ซับซ้อน

เพื่อตรวจดูโครงสร้าง การบีบตัว และจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างละเอียด

🧬 โรคหัวใจในแมว แบ่งหลัก ๆ ได้ 2 กลุ่ม

1️⃣ โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด (Congenital)

เกิดจากโครงสร้างหัวใจผิดปกติตั้งแต่พัฒนาการในครรภ์

เช่น ผนังกั้นหัวใจรั่ว (Septal defects)

2️⃣ โรคที่เกิดภายหลัง (Acquired)

พบบ่อยที่สุดคือ

🐾 โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว (HCM)

ซึ่งเป็นโรคหัวใจที่พบมากที่สุดในแมว และต้องติดตามใกล้ชิด

📌 สิ่งสำคัญคือ “แมวไม่ค่อยบอกว่าเหนื่อย”

บางตัวไม่มีเสียงฟู่ ไม่มีอาการใด ๆ แต่ตรวจเจอหัวใจหนาผิดปกติจากการทำ Echo

ถ้าแมวมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที

• หายใจเร็ว/หอบ

• ซึมลงเฉียบพลัน

• ขาหลังอ่อนแรงกะทันหัน

• หมดสติ

หัวใจ…เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ตรวจเร็ว รู้เร็ว วางแผนดูแลได้ทัน

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องอั่งเปากับไรในหู (Ear mite)

น้องอั่งเปามาด้วยอาการคันหู ตรวจในช่องหูพบขี้หูสีดำคล้ายกากกาแฟ ส่องกล้องจุลทรรศน์เจอตัวการชัดเจน — “ไรในหู (Ear mite)”

🦠 ไรในหูเป็นปรสิตขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในช่องหู ติดต่อได้ง่ายมากผ่านการสัมผัสใกล้ชิด โดยเฉพาะลูกแมวหรือแมวที่อยู่รวมกันหลายตัว

📌 อาการที่พบบ่อย

• คันหูมาก เกาบ่อย

• สะบัดหัว

• มีขี้หูสีดำเข้ม

• บางรายอาจอักเสบรุนแรงจนเกิดแผลในช่องหู

⏳ วงจรชีวิตประมาณ 3 สัปดาห์ ดังนั้นการรักษาต้อง “ครบระยะ” เพื่อกำจัดทั้งตัวเต็มวัยและไข่

💊 แนวทางการรักษา

• ทำความสะอาดหูอย่างถูกวิธี

• ใช้ยาหยอดกำจัดปรสิตตามคำแนะนำสัตวแพทย์

• ในบ้านที่มีหลายตัว ควรรักษาพร้อมกัน

• ป้องกันซ้ำด้วยยาป้องกันปรสิตรายเดือน

แม้จะดูเป็นโรคเล็กๆ แต่ถ้าปล่อยไว้นาน อาจลุกลามเป็นหูอักเสบเรื้อรังได้ ใครเห็นน้องเกาหูบ่อย อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ พามาตรวจเร็ว รักษาง่าย หายไวกว่าเยอะ 🩺💚

วินิจฉัย: น.สพ.ธีรยุทธ ปัญญาตุ้ย (หมอท็อป)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องมีบุญเป็นภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง ร่วมกับตับอ่อนอักเสบ (Feline triaditis)

🩵น้องมาด้วยอาเจียนต่อเนื่องหลายวัน กินยาแล้วไม่ดีขึ้นอัลตราซาวนด์พบว่าลำไส้หนาผิดปกติ ต่อมน้ำเหลืองโต และมีช่วงหนึ่งเหมือนลำไส้กลืนกัน (intussusception) จึงตัดสินใจผ่าตัดสำรวจช่องท้อง

🧑🏻‍⚕️แต่พอเปิดเข้าไป… ลำไส้ที่กลืนกัน คลายตัวเองแล้ว ซึ่งภาวะแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในแมวที่ลำไส้อักเสบเรื้อรัง ทำให้การบีบตัวของลำไส้ผิดจังหวะชั่วคราว

🤍ส่งชิ้นเนื้อไปตรวจ ร่วมกับค่าผลเลือดสรุปว่า

• ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)

• ตับอ่อนอักเสบ

• มีการตอบสนองของตับและต่อมน้ำเหลือง

ทั้งหมดนี้เรียกรวมว่า Feline triaditis ซึ่งพบได้ในแมว เพราะทางเดินน้ำดีและตับอ่อนเชื่อมกับลำไส้ใกล้กันมาก ทำให้อักเสบพ่วงกันได้

🩺 แผนการรักษา

1️⃣ เริ่มจากการปรับอาหารก่อน

ใช้อาหารสูตรโปรตีนใหม่หรือโปรตีนย่อยง่ายแบบเคร่งครัด 6–8 สัปดาห์ ห้ามมีอย่างอื่นปน หลายเคสดีขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้ยากดภูมิ

2️⃣ ให้ยาประคับประคอง

ลดอาเจียน ดูแลทางเดินอาหารตามความจำเป็ร

3️⃣ ถ้าไม่ตอบสนองต่ออาหาร

ค่อยพิจารณา ยากดภูมิ (เช่น prednisolone) เพื่อลดการอักเสบของลำไส้

💬 เคสนี้คาดว่า “ลำไส้อักเสบเรื้อรัง” เป็นสาเหตุหลัก

ส่วนลำไส้กลืนกันน่าจะเกิดจากการบีบตัวที่ผิดปกติ และคลายตัวเองได้ทันก่อนเกิดการอุดตันถาวร โรคนี้ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอในการรักษา แต่ถ้าควบคุมได้ น้องสามารถใช้ชีวิตปกติได้ ❤️

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

วินิจฉัย/เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)