น้องเมฆมาพบสัตวแพทย์ด้วยอาการ คันหู สะบัดหู และมีขี้หูจำนวนมาก จากการตรวจพบว่าเกิดจาก ไรในหู (Ear mite) และมี การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนในช่องหู
จากการตรวจตัวอย่างในหู
พบ ไรในหูทุกระยะ (All stages of ear mite) และพบ แบคทีเรียลักษณะ cocci อยู่ภายในเซลล์อักเสบ (intracellular cocci bacteria) ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย
ทำไมไรในหูถึงทำให้ติดเชื้อได้?
ไรในหูจะทำให้เกิดการระคายเคืองและรบกวนสมดุลในช่องหู ส่งผลให้แบคทีเรียหรือยีสต์เจริญเพิ่มขึ้น จนเกิด การติดเชื้อแทรกซ้อน
สัญญาณที่ควรสังเกต
• มีขี้หูสีดำคล้ายกากกาแฟ
• มีกลิ่นเหม็นจากช่องหู
• คันหู สะบัดหัว หรือเกาหูบ่อย
แนวทางการดูแลและป้องกัน
• ใช้ยาหยดหลังหรือยากำจัดปรสิตตามคำแนะนำสัตวแพทย์
• ดูแลความสะอาดช่องหูอย่างเหมาะสม (ไม่ควรล้างบ่อยเกินไป แนะนำ 1-2 ครั้ง/เดือน)
• หากมีอาการผิดปกติ ควรพามาตรวจเพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุด
โรคในหูแมวเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แต่หากปล่อยไว้อาจลุกลามและทำให้แมวเจ็บปวดได้ การตรวจรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้หายได้เร็วและลดภาวะแทรกซ้อน
วินิจฉัย: น.สพ.ธารายุทธ นาศร (หมอจอม)
เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)


