แมวหลายตัวดูปกติดี วิ่งเล่น กินอาหารได้
แต่ความจริง “หัวใจ” อาจเริ่มมีปัญหาแล้วโดยที่เราไม่รู้
ความยากของโรคหัวใจในแมว คือ
อาการภายนอกกับความผิดปกติภายใน มักไม่สัมพันธ์กัน
กว่าจะแสดงอาการชัดเจน บางครั้งโรคอาจเข้าสู่ระยะอันตรายแล้ว
ตรวจอย่างไรถึงจะรู้?
การฟังเสียงหัวใจอย่างเดียวอาจไม่พอ สัตวแพทย์อาจพิจารณาเพิ่มเติม เช่น
• ตรวจร่างกาย + X-ray
• อัลตราซาวด์หัวใจ (Echo)
• ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)
• CT scan ในบางกรณีที่ซับซ้อน
เพื่อตรวจดูโครงสร้าง การบีบตัว และจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างละเอียด
โรคหัวใจในแมว แบ่งหลัก ๆ ได้ 2 กลุ่ม
โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด (Congenital)
เกิดจากโครงสร้างหัวใจผิดปกติตั้งแต่พัฒนาการในครรภ์
เช่น ผนังกั้นหัวใจรั่ว (Septal defects)
โรคที่เกิดภายหลัง (Acquired)
พบบ่อยที่สุดคือ
โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว (HCM)
ซึ่งเป็นโรคหัวใจที่พบมากที่สุดในแมว และต้องติดตามใกล้ชิด
สิ่งสำคัญคือ “แมวไม่ค่อยบอกว่าเหนื่อย”
บางตัวไม่มีเสียงฟู่ ไม่มีอาการใด ๆ แต่ตรวจเจอหัวใจหนาผิดปกติจากการทำ Echo
ถ้าแมวมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบสัตวแพทย์ทันที
• หายใจเร็ว/หอบ
• ซึมลงเฉียบพลัน
• ขาหลังอ่อนแรงกะทันหัน
• หมดสติ
หัวใจ…เป็นเรื่องที่รอไม่ได้ ตรวจเร็ว รู้เร็ว วางแผนดูแลได้ทัน
เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)


