หวัดแมว (Cat Flu) โรคยอดฮิตที่ทาสแมวไม่ควรมองข้าม

หวัดแมวสามารถพบได้ในแมวทุกช่วงวัย โดยเฉพาะแมวเด็ก แมวที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือแมวที่อยู่รวมกันหลายตัว

🔎 อาการที่พบบ่อย

• จาม น้ำมูกไหล

• ตาแดง น้ำตาไหล

• ซึม เบื่ออาหาร บางตัวอาจมีแผลในช่องปาก

💊 การรักษา

สัตวแพทย์จะรักษาตามอาการ เช่น

• ยาลดน้ำมูก ยาหยอดตา ยาลดการอักเสบ

• ยาฆ่าเชื้อ (ในกรณีมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรก)

💉 การป้องกัน

การทำวัคซีนช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ และช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

📌 หากแมวเริ่มมีอาการจาม น้ำมูก หรือซึม ควรพามาตรวจเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

———————————————————————————

เปิดบริการทุกวัน 08.00-22.00 น.

รักษาสัตว์ ผ่าตัดทุกชนิด ฉุกเฉินทุกชนิด

อาบน้ำ-ตัดขนสุนัขและแมว,บริการนอกสถานที่ (จองคิวได้เลย)

ถ่ายเลือด เอกซเรย์ อัลตราซาวน์ ผ่าตัดกระดูก ผ่าคลอด ทำหมัน

ผ่าตัดปลอดภัย ใช้ยาดมสลบ เครื่องมอนิเตอร์สัญญาณชีพทุกชนิด

✅ปรึกษาคุณหมอ สนทนาผ่านไลน์ 24 ชม.

✅โทร 0642414535

🌻พัฒนาความรู้ บริการด้วยใจ ช่วยสัตว์หายป่วย🌻

ใกล้คลอดแล้วหรือยัง?

รู้ไหมว่า หมาและแมวตั้งท้องเฉลี่ยประมาณ 63 วัน

ช่วง 12–24 ชั่วโมงก่อนคลอด มักจะมีสัญญาณ เช่น

🌡 อุณหภูมิร่างกายลด

🧺 เริ่มทำรัง

🍽 เบื่ออาหาร / กระสับกระส่าย

แต่ถ้าเจอแบบนี้ ต้องรีบพบสัตวแพทย์ทันที

❗ เบ่งเกิน 30–60 นาทีแต่ลูกไม่ออก

❗ มีน้ำเขียวหรือเลือดออกก่อนลูกตัวแรก

❗ ลูกตัวต่อไปห่างเกิน 2 ชั่วโมง

❗ แม่สัตว์ซึม อ่อนแรง หรือชัก

ดูสัญญาณให้ทัน ช่วยให้ทั้งแม่และลูกปลอดภัย ❤️

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

มือใหม่เลี้ยงน้องหมาต้องรู้! ระวัง “โรคลำไส้อักเสบพาร์โวไวรัส”

โรคลำไส้อักเสบจากพาร์โวไวรัส (Canine Parvovirus) เป็นโรคไวรัสที่รุนแรงและแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะใน ลูกสุนัขหรือสุนัขที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบ

⚠️ อาการที่พบบ่อย

• ซึม ไม่ร่าเริง

• เบื่ออาหาร ไม่กินอาหาร อาเจียน

• ท้องเสียรุนแรง บางครั้งมีเลือดปน

• อ่อนแรง และขาดน้ำอย่างรวดเร็ว

🧪 การตรวจวินิจฉัย

สัตวแพทย์สามารถตรวจยืนยันโรคได้โดย

• ตรวจเลือดร่วมกับ Test kit (Antigen test)

• การตรวจ PCR เพื่อยืนยันเชื้อไวรัส

💊 สิ่งสำคัญที่เจ้าของควรรู้

ปัจจุบัน ยังไม่มียาที่ฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง การรักษาจึงเป็น การประคับประคองตามอาการ เช่น

• ให้น้ำเกลือ

• ควบคุมอาเจียน

• ให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน

• ดูแลภาวะขาดน้ำและสมดุลร่างกาย

สุนัขบางตัวสามารถ สร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นตัวได้ แต่ในบางรายที่อาการรุนแรงก็อาจ เสียชีวิตได้

🛡 การป้องกันที่ดีที่สุด

✔ ฉีดวัคซีนให้ครบตามโปรแกรม

✔ หลีกเลี่ยงการพาลูกสุนัขที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบไปพื้นที่เสี่ยง

✔ รักษาความสะอาดบริเวณที่เลี้ยง

🧼 การทำความสะอาดเพื่อลดการแพร่เชื้อ เชื้อพาร์โวไวรัสสามารถ อยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายเดือน ควรทำความสะอาดด้วย น้ำยาฟอกขาว (Sodium hypochlorite) ผสม 1:30 – 1:32 กับน้ำ ใช้เช็ดพื้น กรง ถาดอาหาร อุปกรณ์เลี้ยง ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ก่อนล้างออก

🌟 หากพบว่าสุนัขมีอาการ ซึม อาเจียน หรือท้องเสียรุนแรง

ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษา ตรวจเร็ว รักษาเร็ว โอกาสรอดสูงขึ้น

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

มือใหม่หัดเลี้ยงแมวต้องรู้! ระวัง “โรคหัดแมว” ภัยร้ายที่พบได้บ่อยในลูกแมว

โรคหัดแมว (Feline Parvovirus) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่รุนแรงและแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในลูกแมวหรือแมวที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบ

⚠️ อาการที่พบบ่อย

• ซึม ไม่ร่าเริง ไม่กินอาหาร

• อาเจียน ท้องเสียรุนแรง บางครั้งมีเลือดปน

• ไข้ หรืออุณหภูมิต่ำผิดปกติ

🧪 การตรวจวินิจฉัย

สัตวแพทย์สามารถช่วยตรวจยืนยันโรคได้ด้วย

• ตรวจเลือดร่วมกับ Test kit (Antigen test)

• การตรวจ PCR เพื่อยืนยันเชื้อไวรัส

💊 สิ่งสำคัญที่เจ้าของควรรู้

ปัจจุบัน ยังไม่มียาที่ฆ่าเชื้อไวรัสนี้โดยตรง การรักษาจึงเป็นการ รักษาตามอาการและประคับประคอง เช่น

• ให้น้ำเกลือ

• ควบคุมอาเจียน

• ป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน

• ดูแลภาวะขาดน้ำและสมดุลร่างกาย

แมวบางตัวสามารถ สร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นตัวได้ แต่ในบางรายที่อาการรุนแรงก็อาจ เสียชีวิตได้เช่นกัน

🛡️ การป้องกันที่ดีที่สุด

✔ ฉีดวัคซีนให้ครบตามโปรแกรม

✔ แยกแมวป่วยออกจากแมวตัวอื่น

✔ ทำความสะอาดพื้นที่เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ

🧼 การทำความสะอาดเพื่อลดการแพร่เชื้อ เชื้อหัดแมวสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายเดือน ควรทำความสะอาดด้วย

• น้ำยาฆ่าเชื้อที่มี Sodium hypochlorite (เช่น น้ำยาฟอกขาว/ไฮเตอร์) ผสมประมาณ 1:30 – 1:32 กับน้ำ แล้วเช็ดพื้น กรง กระบะทราย และอุปกรณ์เลี้ยง ทิ้งไว้ อย่างน้อย 10 นาที ก่อนล้างออก

หากพบว่าแมวมีอาการผิดปกติ เช่น ซึม ไม่กิน อาเจียน หรือท้องเสีย ควรรีบพามาพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษา

🐾 เพราะการรักษาที่เร็วที่สุด คือโอกาสรอดที่มากที่สุดของน้องแมว

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

น้องกาฟิวส์ โดนกัด…แต่แผลไม่ยอมหาย เพราะไม่ใช่แผลธรรมดา

🔍 น้องกาฟิวส์โดนกัดที่ผิวหนังบริเวณช่องอกมา เมื่อเอกซเรย์ พบความผิดปกติของผนังช่องอก จากภายนอกเห็นเป็นแผลผิวหนังเล็กๆ แต่ ทำแผลมา 3–4 วันแล้วไม่ดีขึ้น คุณหมอจึงตัดสินใจ ผ่าตัดเปิดเข้าไปดู

‼️ ผลที่พบคือ

ผนังช่องอกทะลุ (chest wall rupture) ทำให้มีอากาศ/ของเหลวรั่วเข้าช่องอก → เสี่ยงต่อการหายใจลำบาก

🩺 การรักษา:

• ผ่าตัดซ่อมแซมผนังช่องอก

• ใส่ ท่อระบายทรวงอก (chest tube drainage)

• คอยดูดอากาศและของเหลวออกจนปริมาณลดลง

• เฝ้าระวังใกล้ชิดหลังผ่าตัด

💙 ตอนนี้น้องอาการดีขึ้นมาก กำลังเตรียมถอดท่อระบาย และพักฟื้นทำแผลต่อ

ผ่าตัด: สพ.ญ.ณัฐฐ์ธวรรณ โสภิพันธ์ (หมอพลอย)

เรียบเรียง: น.สพ.นรภัทร โสภิพันธ์ (หมอพีท)

ความรู้เรื่อง Covid-19 กับ สัตว์เลี้ยง

ขอบคุณข้อมูลจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย